การกกลูกไก่เมื่อไข่ฟักเป็นตัวแล้ว

ซึ่งเรื่องนี้ควรได้รับการแก้ไขเพราเกษตรกรส่วนใหญ่มักปล่อยให้แม่ไก่ฟักไข่เอง  ซึ่งมีอัตราการรอดตายสูงต่ำแตกต่างกัน ไม่คงที่และคาดเดาได้ยาก

ซึ่งถือเป็นผลเสียจากการกระทำเช่นนี้ ข้อบกพร่องทั้งหมดมีดังนี้คือ

  1. แม่ไก่เสียเวลาฟักไข่นาน ทำให้ส่งผลต่อการเตรียมตัวออกไข่รุ่นใหม่ช้ากว่าที่ควรจะเป็น
  2. แม่ไก่จะขาดแคลนอาหารในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งส่งผลต่อตัวลูกไก่ที่ได้รับอาหารไม่เพียงพอ ทำให้อ่อนแอและตายเพิ่มขึ้น ซึ่งการแก้ไขนั้นไม่อยาก อาจต้องมีการลงทุนเล็กน้อย คือ ทำคอกด้วยไม้ไผ่ อาจล้อมคอกด้วยถุงปุ๋ย เพื่อกันลมในช่วง  2-3 สัปดาห์แรก ใส่โป๊ะพร้อมหลอดไฟกก สะท้อนความร้อนลงด้านล่าง  แขวนสูงจากพื้นประมาณ  10-30  ซม.  ให้สังเกตุพฤติกรรมดังกล่าวของไก่ว่าอุณภูมินั้นเหมาะสมหรือยัง และอยู่สบายดีหรือไม่
  3. การแยกเลี้ยง  มีปัญหาเล็กน้อยคือ แม่ไก่จะร้องเรียกลูกอยู่ราว 2-3 วันและจะเข้าสู่การหากินตามธรรมชาติแบบเดิม  ส่วนลูกไก่นั้นผู้เลี้ยงต้องทำการหาอาหารเสริมสำเร็จรูปมาเลี้ยงเพิ่มเติม  ซึ่งอาหารประมาณ   2-3 กิโลกรัม  สามารถเลี้ยงลูกไก่ได้ราว  20 ตัว  จนหมดระยะเวลาในการกกช่วงฤดูร้อน และจึงเริ่มทำการเปิดกกให้ลูกไก่ออกหากินได้ตามธรรมชาติ และลดปริมาณอาหารที่เคยให้น้อยลงไปตามลำดับ
  4. การให้วัคซีนไก่  หากไม่มีการให้วัคซีนใด  ๆ เลย จะส่งผลเสียต่อตัวไก่ และอาจเกิดโรคระบาดได้สูง  ดังนั้นประเด็นนี้ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อตัวไก่และผู้เลี้ยงในระยะยาวได้ด้วย

ซึ่งปัจจุบันไก่พื้นบ้านยังคงเป็นที่ต้องการสูงในท้องตลาด ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเลี้ยงไก่ลูกผสมพื้นบ้านมีบทบาทมากยิ่งขึ้น ซึ่งลักษณะการเติบโตและปริมาณอาหารที่กินของไก่ลูกผสมพื้นบ้านสามสายเลือด(ไก่ลูกผสมสุวรรณ 1)  เมื่อเลี้ยงด้วยอาหารที่มีเปอร์เซนต์โปรตีนประมาณ  22.5%  ในช่วงอายุแรกเกิดถึง  6 สัปดาห์และเลี้ยงด้วย

อาหารที่มีเปอร์เซนต์โปรตีนประมาณ  19%  ในช่วงอายุ  7-12  สัปดาห์  มีดังนี้

การกกลูกไก่เมื่อไข่ฟักเป็นตัวแล้ว

ซึ่งเรื่องนี้ควรได้รับการแก้ไขเพราเกษตรกรส่วนใหญ่มักปล่อยให้แม่ไก่ฟักไข่เอง  ซึ่งมีอัตราการรอดตายสูงต่ำแตกต่างกัน ไม่คงที่และคาดเดาได้ยาก  ซึ่งถือเป็นผลเสียจากการกระทำเช่นนี้ ข้อบกพร่องทั้งหมดมีดังนี้คือ

  1. แม่ไก่เสียเวลาฟักไข่นาน ทำให้ส่งผลต่อการเตรียมตัวออกไข่รุ่นใหม่ช้ากว่าที่ควรจะเป็น
  2. แม่ไก่จะขาดแคลนอาหารในช่วงฤดูแล้ง ซึ่งส่งผลต่อตัวลูกไก่ที่ได้รับอาหารไม่เพียงพอ ทำให้อ่อนแอและตายเพิ่มขึ้น ซึ่งการแก้ไขนั้นไม่อยาก อาจต้องมีการลงทุนเล็กน้อย คือ ทำคอกด้วยไม้ไผ่ อาจล้อมคอกด้วยถุงปุ๋ย เพื่อกันลมในช่วง  2-3 สัปดาห์แรก ใส่โป๊ะพร้อมหลอดไฟกก สะท้อนความร้อนลงด้านล่าง  แขวนสูงจากพื้นประมาณ  10-30  ซม.  ให้สังเกตุพฤติกรรมดังกล่าวของไก่ว่าอุณภูมินั้นเหมาะสมหรือยัง และอยู่สบายดีหรือไม่
  3. การแยกเลี้ยง  มีปัญหาเล็กน้อยคือ แม่ไก่จะร้องเรียกลูกอยู่ราว 2-3 วันและจะเข้าสู่การหากินตามธรรมชาติแบบเดิม  ส่วนลูกไก่นั้นผู้เลี้ยงต้องทำการหาอาหารเสริมสำเร็จรูปมาเลี้ยงเพิ่มเติม  ซึ่งอาหารประมาณ   2-3 กิโลกรัม  สามารถเลี้ยงลูกไก่ได้ราว  20 ตัว  จนหมดระยะเวลาในการกกช่วงฤดูร้อน   และจึงเริ่มทำการเปิดกกให้ลูกไก่ออกหากินได้ตามธรรมชาติ และลดปริมาณอาหารที่เคยให้น้อยลงไปตามลำดับ
  4. การให้วัคซีนไก่  หากไม่มีการให้วัคซีนใด  ๆ เลย จะส่งผลเสียต่อตัวไก่ และอาจเกิดโรคระบาดได้สูง  ดังนั้นประเด็นนี้ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อตัวไก่และผู้เลี้ยงในระยะยาวได้ด้วย

ซึ่งปัจจุบันไก่พื้นบ้านยังคงเป็นที่ต้องการสูงในท้องตลาด ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้การเลี้ยงไก่ลูกผสมพื้นบ้านมีบทบาทมากยิ่งขึ้น ซึ่งลักษณะการเติบโตและปริมาณอาหารที่กินของไก่ลูกผสมพื้นบ้านสามสายเลือด(ไก่ลูกผสมสุวรรณ 1)  เมื่อเลี้ยงด้วยอาหารที่มีเปอร์เซนต์โปรตีนประมาณ  22.5%  ในช่วงอายุแรกเกิดถึง  6 สัปดาห์และเลี้ยงด้วย

อาหารที่มีเปอร์เซนต์โปรตีนประมาณ  19%  ในช่วงอายุ  7-12  สัปดาห์  มีดังนี้

อายุ น้ำหนักตัวคละเพศ(กรัม) ปริมาณอาหารที่กิน/สัปดาห์(กรัม)
1234567

8

9

10

11

12

57115208321454594733

877

1,015

1,174

1,302

1,450

4299

150

205

272

275

323

345

373

409

438

458

ใส่ความเห็น