การผสมพันธุ์สุกร

จุดประสงค์ของการผสมพันธุ์สุกรคือเพื่อผลิตลูกพันธุ์สุกรให้มีคุณสมบัติหรือลักษณะตามต้องการ แต่จะบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวหรือไม่นั้นก็ต้องใช้ระบบการผสมพันธุ์ที่เหมาะสมดังนี้คือ


1. การผสมเพื่อผลิตลูกสุกรพันธุ์แท้ ซึ่งการผสมแบบนี้ต้องมีความระมัดระวังเรื่องของเลือดชิดมากเกินไป เพราะอาจส่งผลเสียทำให้ลูกสุกรที่ผลิตออกมานั้นมีความผิดปกติไปจากเดิม การผสมสุกรพันธุ์แท้นั้นก็ต้องมีการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่เป็นพันธุ์แท้และมีสายพันธุ์เดียวกันมาผสมกัน ลูกสุกรที่ได้ก็ยังคงคุณสมบัติพันธุ์แท้ต่อไปตามต้องการ
ดังนั้น การที่ลูกสุกรพันธุ์แท้ที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้นแล้ว ควรใช้สุกรพันธุ์แท้ต่างสายเลือด หรือจากฟาร์มอื่น ที่คุณภาพดีกว่ามาผสมอย่างไรก็ตาม การผสมพันธุ์ในทางปฏิบัติที่เหมาะสม ควรจะหาพ่อพันธุ์สุกรที่มีพันธุ์ประวัติและรูปร่างดีมีคุณสมบัติตามต้องการจากฟาร์มอื่น ๆ ที่เชื่อถือได้มาผสมกับแม่พันธุ์สุกรของเราที่ได้คัดเลือกไว้ และควรเปลี่ยนพ่อพันธุ์ทุก ๆ 1-2 ปี ทั้งนี้เพื่อป้องกันการผสมเลือดชิดนั่นเอง
2. การผสมเพื่อผลิตสุกรขุน ยอมรับกันว่าสุกรขุนที่ดีนั้นต้องมีการผสมจากสามสายเลือด เนื่องจากโตไว เลี้ยงง่าย มีประสิทธิภาพในการใช้อาหารสูง มีคุณภาพซากดี ซึ่งปัจจัยเรื่องซากนี้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้เลี้ยงได้ผลกำไร เนื่องจากสุกรพื้นเมืองและสุกรที่มีสายเลือดที่ดี เปอร์เซนต์ของเนื้อแดงและไขมันจะแตกต่างกันมาก เมื่อสุกรมีสายเลือดดี ชำแหละแล้วก็จะมีมัน้อย เนื้อแดงมาก การขายสุกรชำแหละย่อมได้กำไรมาก จึงทำให้พ่อค้าจับแต่สุกรที่มีสายพันธุ์หรือมักพูดกันว่า สุกรฟาร์มจะให้ราคาสูงกว่าสุกรพื้นบ้าน
ซึ่งการผสมพันธุ์เพื่อให้เกิดสุกรลูกผสมสามสายเลือดนั้นจะใช้การผสมจากสายพันธุ์ลาร์จไวท์ แลนด์เรซ และดูร็อค ลูกสุกรสามสายเลือดคือ 25% ลาร์จไวท์ 25% แลนด์เรซ และ 50% ดูร็อค หรืออาจจะสลับระหว่างลาร์จไวท์และแลนด์เรซก็ได้ เนื่องจากการใช้สุกรพันธุ์ดูร็อคเป็นสายแม่พันธุ์จะทำให้ขนาดของครอกสุกรเล็กและเลี้ยงลูกไม่เก่ง จึงไม่นิยมนำพันธุ์ดูร็อคเป็นสายพันธุ์เพื่อผลิตลูกพันธุ์สุกรขุน
ส่วนใหญ่แล้วจะพบว่าแม่สุกรมีอาการเป็นสัดช่วงเช้าพบน้อยว่าเป็นสัดเวลาบ่ายหรือเย็น ลักษณะส่วนมากกรณีเริ่มเป็นสัดคือ อวัยวะเพศบวมแดง บางครั้งสุกรจะมีอาการที่เปลี่ยนแปลงไป คือ ไม่กินอาหาร ส่งเสียงร้องดัง บางตัวก็นอนสงบเงียบ บางครั้งอาจทำการขึ้นขี่สุกรตัวอื่น ๆ ในช่วงสุดท้ายของระยะประมาณ 2-3 ชั่วโมงต่อมาจะเป็นระยะที่ฮอร์โมนเพศเมียผลิตสูงขึ้น และจะเกิดมีฮอร์โมนอีกตัวหนึ่ง คือ ลูทีไนซ์ซิ่งฮอร์โมน ซึ่งผลิตมาจากต่อมใต้สมอง จะเป็นตัวทำให้เกิดการเริ่มการเป็นสัดอย่างแท้จริง ซึ่งระยะการเป็นสัดประมาณ 2-3 วัน
โดยปกติแล้วไข่ที่ผ่านการตกไข่นั้นจะมีอายุอยู่ได้ไม่เกิน 8 ชั่วโมงและเชื้อตัวผู้ก็อยู่ได้ประมาณ 20-24 ชั่วโมง และระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการผสมพันธุ์สุกรคือประมาณ 10-12 ชั่วโมงก่อนไข่ตก เพื่อให้เชื้อตัวผู้สามารถผสมกับไข่ได้มากที่สุด แต่เราไม่สามารถรู้ได้ว่าไข่ตกเมื่อใด จึงต้องใช้การคาดคะเนคร่าว ๆ ว่าราว 24-36 ชั่วโมง หลังเริ่มเป็นสัด ดังนั้นการผสมเร็วกว่าจะดีกว่าการผสมช้าไป ซึ่งจะมีผลต่อขนาดของครอกที่จะเกิดมา โดยจะทำการผสมในช่วง 19-24 ชั่วโมง หลังเริ่มแสดงอาการเป็นสัด จะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมมากสำหรับการผสมพันธุ์

ใส่ความเห็น