การผสมเทียมสุกร

เป็นวิธีการรีดน้ำเชื้อจากสุกรแล้วนำไปฉีดเข้าที่อวัยวะสืบพันธุ์ของสุกรตัวเมียในระยะเป็นสัด โดยเลือกฉีดในช่วงเวลาที่เหมาะสม เพื่อให้ตัวเมียตั้งท้อง โดยไม่ต้อง

ให้ผสมพันธุ์กันเองด้วยวิธีธรรมชาติ
วิธีที่จะทำการผสมเทียมแม่พันธุ์สุกรให้ประสบผลสำเร็จนั้นมีดังนี้
1. ต้องทำการตรวจการเป็นสัดของแม่สุกรอยู่เสมอวันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น โดยปกติการเป็นสัดจะมีอายุ 2-3 วัน แต่ระยะที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการผสมเทียมคือ จะต้องกระทำหลังจากที่แม่สุกรเป็นสัดอย่างแท้จริงแล้วประมาณ 24 ชั่วโมง
2. การผสมเทียมสุกร จะทำการฉีดน้ำเชื้อจากขวดน้ำเชื้อ โดยใช้อวัยวะเพศเทียมตัวผู้สอดเข้าไปถึงปากมดลูก แล้วจึงฉีดน้ำผ่านเข้าไปเพื่อผสมกับไข่
3. น้ำเชื้อสุกรจะต้องมีการบรรจุอย่างดี และต้องเก็บไว้ในอุณภูมิ 15-20องศาเซลเซียส เมื่อจะใช้ให้นำขวดน้ำเชื้อผสมกับน้ำยาละลายแล้วทำการปิดฝาจุกขวด
4. ทำการทดสอบการรั่วไหล โดยการตัดส่วนปลายแหลมของจุกขวดน้ำเชื้อออก โดยเอานิ้วหัวแม่มือกดที่ปลายแหลม กลับขวดน้ำเชื้อแล้วบีบทดสอบดู
5. จับส่วนกลางของอวัยวะเพศเทียมตัวผู้ไว้ แล้วดัดให้งอโค้งขึ้นเล็กน้อย เพื่อทำการสอดเข้าไปในช่องคลอด เพื่อจะได้ไม่สอดผิดพลาดเข้าไปในส่วนของกระเพาะปัสสาวะ
6. ทำความสะอาดอวัยวะเพศของแม่สุกรด้วยกระดาษชำระ แล้วใช้มือจับโดยใช้นิ้วชี้ และนิ้วหัวแม่มือเปิดอวัยวะเพศแม่สุกร จากนั้นทำการสอดอวัยวะเพศผู้เข้าไปด้วยความนิ่มนวล และระมัดระวังโดยให้ส่วนปลายสูงขึ้นเล็กน้อย และสอดเข้าไปจนถึงปากมดลูก
7. เมื่อทำการสอดอวัยวะเพศเทียมตัวผู้เรียบร้อยแล้ว แม่สุกรจะสามารถรับถึงความรู้สึกได้ก็จะใช้นิ้วชี้ และนิ้วหัวแม่มือเปิดอวัยวะเพศแม่สุกร จากนั้นทำการสอดอวัยวะเพศเทียมตัวผู้ทวนเข็มนาฬิกา เพื่อล็อกให้เข้ากับปากมดลูก ป้องกันมิให้น้ำทะลักออกมา ในกรณีที่อาจเกิดการไม่ลงล็อกก็ให้ถอดมากระทำใหม่
8. จากนั้นให้นำขวดน้ำเชื้อจ่อเข้าไปที่อวัยวะเพศเทียมตัวผู้ แล้วบีบน้ำเชื้อช้า ๆ จนกว่าน้ำเชื้อทั้งหมดเข้าไปจนหมด แล้วคลายขวดเพื่อให้อากาศเข้าไปในขวด จากนั้นก็บีบขวดไล่อากาศดันตามเข้าไปอีก
9. ทิ้งไว้สักครู่หนึ่ง แล้วจึงหมุนอวัยวะเพศเทียมตัวผู้ออก โดยหมุนตามเข็มนาฬิกา เช็ดและทำความสะอาดด้วยกระดาษชำระ จากนั้นจึงนำไปทำความสะอาดนึ่งฆ่าเชื้ออีกประมาณ 10 นาที แล้วจึงนำอวัยวะเพศเทียมตัวผู้เก็บไว้ และต้องมั่นใจว่าทำความสะอาดจนแห้งสนิท
การผสมเทียมถือว่ามีประโยชน์มากและเป็นการลดปัญหาการนำพ่อพันธุ์เดินทางไปผสมพันธุ์ในพื้นที่ห่างไกล และยังเป็นการป้องกันการติดเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี การผสมเทียมนี้หากจะให้ได้ผลดีแล้วต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ทางเทคนิคอย่างดี มีความชำนาญพอสมควร มีความรอบคอบสูง จึงจะประสบผลสำเร็จได้โดยง่าย หากเป็นเกษตรกรที่ไม่มีความรู้ความชำนาญอาจทำให้ประสบความสำเร็จในการผสมเทียมได้ยากกว่า

ใส่ความเห็น