การเพาะขยายพันธุ์กบ

การผสมพันธุ์กบ

การขยายพันธุ์ลูกกบ ผู้เพาะเลี้ยงต้องมีความชำนาญ ไม่ว่าจะเพาะเพื่อเลี้ยงต่อ หรือเพื่อจำหน่าย ในทุกขั้นตอนล้วนแล้วแต่มีความสำคัญยิ่ง ทั้งคัดเลือกพ่อแม่

พันธุ์ การปล่อยกบลงผสมและวางไข่ การเพาะฟักไข่กบ การอนุบาลลูกอ๊อด และรายละเอียดอื่น ๆ

การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์

1.กบแม่พันธุ์ คือมีไข่แก่ และมีความสมบูรณ์เต็มที่พร้อมที่จะผสมพันธุ์และวางไข่ ซึ่งจะสังเกตุได้ว่าส่วนท้องจะเป่งนูนอย่างเห็นได้ชัด อุ้ยอ้ายไม่คล่องแคล่ว ด้านข้างลำตัวที่กบตัวผู้ใช้สำหรับเกาะระหว่างทำการผสมพันธุ์จะมีความสากมือกว่าปกติ และในบางตัวมีไข่แก่จัดเต็มที่ เมื่อนำมือรีดส่วนท้องเบา ๆ จะมีเม็ดไข่ที่มีสีขาวดำไหลออกมาให้เห็น

2. กบพ่อพันธุ์ คือมีน้ำเชื้อแข็งแรง และร่างกายแข็งแรง บริเวณปากล่างมีสีเหลืองส้มจาง ๆ ใต้ขามีสีเหลือง ลำตัวมีสีอ่อน ซึ่งทั้งหมดเหล่านี้จะสังเกตุเห็นได้ชัด อีกทั้งหัวแม่มือ เท้าหน้าจะสากกว่าปกติด้วย

การปล่อยกบพ่อแม่พันธุ์ผสมพันธุ์วางไข่

โดยธรรมชาติกบจะมีการผสมพันธุ์และวางไข่ในช่วงฤดูฝนและต้นฤดูน้ำหลาก  ซึ่งแต่ละท้องที่จะไม่เหมือนกัน บางแหล่งอาจมีการผสมพันธุ์และวางไข่ปีละ 2 ครั้ง คือช่วง เดือนพฤษภาคม-เดือนมิถุนายน  และอีกช่วงคือพฤศจิกายน-ธันวาคม

กบที่ผสมพันธุ์ในแหล่งเดียวกันจะวางไข่พร้อม ๆ กันในระยะเวลา 2-3 วันแรกที่มีฝนตกลงมาทั้งตัวผู้และตัวเมียจะออกจากแหล่งหลบซ่อนสู่ที่โล่งในเวลากลางคืน ซึ่งการร้องของกบตัวเมียคือ อ๊อบ ๆ ส่วนในตัวผู้จะส่งเสียงร้องว่า โอ๊บ ๆ ขานรับกัน เมื่อทั้งสองได้พบกันกบตัวผู้ก็จะเกี้ยวพาราสีอยู่พักหนึ่ง ถ้ากบตัวเมียพร้อมที่จะรับการผสมพันธุ์วางไข่ได้ ก็จะยอมให้กบตัวผู้ขึ้นขี่หลัง โดยการเอาขาหน้าโอบกอดรัดตัวเมียไว้ จากนั้นจะกระโดดเคลื่อนที่ไปด้วยกัน สักพักหนึ่งกบทั้งคู่จะหยุดพักและตัวผู้จะนำขาหน้าที่รัดตัวเมียอยู่รัดแน่นมากขึ้น พร้อมกับกดตรงส่วนสะโพกลงให้แนบชิดช่องช่องเพศของทั้งคู่ ซึ่งกบตัวเมียจะตอบสนองพฤติกรรมนี้ด้วยเช่นกัน และหลังจากนี้กบตัวเมียจะปล่อยไข่ออกมา ส่วนตัวผู้จะปล่อยน้ำเชื้อมาผสมทันที การปล่อยไข่และน้ำเชื้อจะเกิดขึ้นหลายครั้ง เป็นระยะเวลาราว 2 ชั่วโมง ในช่วงเช้ามืดถึงช่วงสาย กบบลูฟร็อกมีการวางไข่ราว 10,000-20,000 ฟอง ส่วนกบนาอยู่ที่ 2,000-3,000 ฟอง

ซึ่งการวางไข่ของแม่พันธุ์นี้อาจเกิดเพียงลำพังได้เมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสมโดยไม่จำเป็นต้องมีพ่อพันธุ์เป็นตัวช่วย แต่ไข่จะไม่ฟักตัว เพราะขาดการผสมน้ำเชื้ออสุจิ

  1. การผสมพันธุ์วางไข่โดยการคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์มาแล้วและนำมาผสมพันธุ์กันในฤดู ให้นำกบมาปล่อยลงในบ่อเลี้ยงที่เตรียมไว้โดยน้ำในบ่อมีความสูงราว 2 นิ้ว เพื่อให้กบได้มีโอกาสเลือกคู่กัน  หลังจากที่กบได้ทำการเลือกคู่แล้วจึงจับไปปล่อยในบ่อผสมพันธุ์และวางไข่บ่อละ 1-5 คู่ คือจัดหาหญ้า วัชพืช ใส่ให้ทั่วและใส่น้ำใหม่อีกครั้งในบ่อที่จับกบที่ทำการเลือกคู่มาแล้ว น้ำที่ใส่ควรมีอุณภูมิต่ำหรือเย็น จะส่งผลให้ไข่กบแม่พันธุ์แก่จัดเพียงระยะเวลาแค่ 1 คืน จะช่วยให้กบแม่พันธุ์ผสมพันธุ์และวางไข่ได้ดียิ่งขึ้น กบจะผสมพันธ์และวางไข่ในรุ่งเช้าช่วงเวลาประมาณ 04.00-05.00 ของวันใหม่
  2. การหลอกให้ผสมพันธุ์เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลผสมพันธุ์คือใช้วิธีฉีดน้ำเข้าไปที่ผนังบ่อเลี้ยงกบให้ชุ่มเป็นเวลาล่วงหน้าก่อน 2 วันหลังจากนั้นปล่อยให้ระบายน้ำออกจากบ่อเลี้ยงกบรอให้บ่อแห้งแล้วจึงได้ทำการใส่วัสดุเพื่อทำเป็นพื้นที่สำหรับให้กบใช้ในการหลบซ่อนตัวเอง และเริ่มทำการฉีดน้ำลงบ่อเป็นการสร้างฝนเทียมประมาณ 5-7 วัน และหยุดฉีดอีก 5-7 วัน และในวันต่อมาในช่วงเวลาราว 16.00-07.00 น.  ก็ให้ฉีดพ่นน้ำให้อีกนานประมาณ 15-20 นาที พอตกกลางคืนก็จะได้ยินเสียงของกบร้องเรียกหาคู่กันบ้างแบบประปราย และวันรุ่งขึ้นหลังจากนี้จึงทำการฉีดน้ำให้กบอีกเวลาเที่ยงวันและบ่าย ใช้เวลาในการฉีดนานครั้งละ 30 นาที ถึงเวลานี้จะได้ยินเสียงกบร้องหาคู่ในเวลากลางวัน จึงนำกบพ่อพันธุ์มาปล่อยลงบ่อกบแม่พันธุ์ได้ เพื่อให้กบได้ทำการเลือกคู่กันเองและเมื่อมีการเลือกคู่แล้วให้นำสวิงช้อนและนำมาปล่อยลงในบ่อสำหรับใช้ผสมพันธุ์วางไข่ ซึ่งการใช้วิธีน้ำให้ปล่อยคู่พ่อแม่พันธุ์เพียง 1 คู่ ต่อบ่อเท่านั้น และหลังจากนั้นให้ทำการฉีดน้ำในเวลาเช้ามืดราว 04.00-05.00 น. กบก็จะผสมพันธุ์วางไข่ พอเช้ามาก็จับเอากบพ่อแม่พันธุ์ทั้งสองไปแยกเลี้ยงต่อได้
  3. กบพ่อแม่พันธุ์หลังจากแยกเลี้ยงราว 1 เดือนก็จะสามารถนำมาผสมพันธุ์วางไข่ได้ใหม่อีกครั้ง ในลักษณะนี้ ในรอบหนึ่ง ๆ ปีจะทำได้ 6-7 รุ่น แต่การกระทำเช่นนี้ต้องมีการจับผสมพันธุ์ให้ตรงกับคู่เดิม ๆ เสมอด้วย เพราะเป็นธรรมชาติของกบที่เป็นสัตว์ที่อุปนิสัยรักเดียวใจเดียว หากไม่ตรงคู่แล้วจะไม่ยอมผสมพันธุ์และวางไข่ เพราะผู้เลี้ยงจึงจำเป็นต้องทราบไว้และปฏิบัติด้วย

การเพาะฟักไข่

เมื่อไข่กบถูกนำออกมาผสมกับน้ำอสุจิ เมื่อถูกน้ำ จะเกิดการพองตัวกลายเป็นวุ้นห่อหุ้มไว้ ทำให้ไข่ดูมีขนาดโตขึ้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 4-9 มิลลิเมตร หากไข่ที่ปล่อยออกมามีน้ำหนักมากจะจมสู่ก้นบ่อ บางกลุ่มที่มีน้ำหนักเบาอาจจะลอยอยู่ หากเป็นกลุ่มไข่ที่จม จะยากเกินไปต่อการแลกเปลี่ยนก๊าซ อันเป็นเหตุทำให้ไข่เสียได้มาก  ซึ่งภายหลังจากที่ได้จับกบพ่อแม่พันธุ์ออกจากบ่อแล้วก็ให้เพิ่มระดับน้ำให้สูงขึ้นอีกเล็กน้อย และนำปั๊มลมใช้พ่นฟองอากาศลงไปในบ่อฟักไข่กบด้วย จะทำให้ไข่ฟักตัวและกลายเป็นลูกอ๊อดได้ราว 80-90 เปอร์เซนต์

กรณีที่มีไข่กบในบ่อเป็นจำนวนมากเกินไปควรทำการแยกเพาะฟักในบ่ออื่น ๆ บ้าง แต่บ่อที่จะใช้นี้ควรทำความสะอาดให้ดีเสียก่อน โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อบางชนิด เช่น ด่างทับทิมในอัตรา 10 ppm. ยาเหลือง 15 ppm ใช้ในบ่อเป็นเวลา 20 นาที และล้างให้สะอาด จึงทำการเติมน้ำให้มีระดับน้ำสูงราว 3-4 นิ้ว อาจเติมยาปฏิชีวนะ กลุ่มเตตตร้าไซคลินไฮโดรคลอไรด์ ในอัตรา 1 ส่วนต่อน้ำ 2,000 ส่วนลงในบ่อเพาะฟักด้วยก็ได้ จากนั้นจึงนำไข่กบที่ได้ภายหลังจากที่กบได้ผสมพันธุ์วางไข่เสร็จแล้วในตอนเช้ามาเพาะฟักทันทีด้วยความระมัดระวัง โดยใช้ภาชนะตักไข่และน้ำพร้อมกันและใส่ลงในบ่อ เพื่อเพาะฟักดังที่เตรียมไว้แล้วมีอุณภูมิของน้ำประมาณ 21-24 องศาเซลเซียส ไข่กบที่ได้รับการผสมกับน้ำอสุจิจะฟักตัวออกเป็นตัวลูกอ๊อดภายใน 1 วันสำหรับกบนา ส่วนกบบูลฟร็อกจะใช้เวลาประมาณ 3 วัน

ไข่ในระยะแรกจะมีลักษณะขยายเป็นรูปวงรีและกลายเป็นลูกอ๊อดในที่สุดระยะแรกจะมีขนาดราว 3-5 มิลลิเมตรและมักฟักตัวอยู่กับที่ และเริ่มว่ายน้ำปราดเปรียว กินอาหาร และเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

ใส่ความเห็น