การเลี้ยงกบในกะลา

เจาะลึกเทคนิคการเลี้ยงกบ

หากจะกล่าวถึงการเลี้ยงกบในปัจจุบันมีการพัฒนาไปหลากหลายมากยิ่งขึ้นและหลายรูปแบบของการคิดค้น เกษตรกรท่านหนึ่ง ของจังหวัดทางภาคอิสาน คือ

จังหวัดยโสธร ชื่อลุงคำตา ได้ทำการคิดค้นวิธีการเลี้ยงกบในกะลา และประสบความสำเร็จในที่สุด การเลี้ยงกบในกะลาประสบผลสำเร็จได้อย่างไร ต้องติดตามกันต่อไป

การเลี้ยงกบในกะลานี้ ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ของนักเลี้ยงกบมือสมัครเล่นมาก เพราะวิธีนี้จะต้องมีความเอาใจใส่และอดทนพอสมควร เพราะแต่ละขั้นตอนนั้นต้องละเอียดพิถีพิถันเป็นอย่างมาก นับตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งสิ้นสุดการเลี้ยง แต่ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงด้วยวิธีใด ๆ ก็ตามย่อมมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันออกไป

สำหรับข้อดีของการเลี้ยงกบในกะลาคือ

  1. ลงทุนน้อย
  2. ไม่มีศัตรูกบรบกวนมากนัก
  3. ไม่เปลืองเนื้อที่ในการเลี้ยงมากนัก
  4. กบที่เลี้ยงได้มีความน่ารับประทาน
  5. สามารถทุ่นค่าใช้จ่ายเรื่องอาหารและเสริมสร้างรายได้แก่ครอบครัว

ข้อเสียของการเลี้ยงกบในกะลา

  1. ความลำบากในการหากะลามาเป็นภาชนะ ทั้งกะลามะพร้าวที่หาได้นั้นมักมีขนาดเล็กเกินไป ไม่เหมาะสมที่จะนำมาเลี้ยงกบได้
  2. ต้องรดน้ำให้กบที่อยู่ในกะลาเกิดความชุ่มชื้นเย็นสบาย เป็นประจำทุกวัน
  3. ต้องเสียเวลาในการให้อาหาร เพราะต้องหยอดอาหารลงในรูกะลาทุกใบ  ยิ่งหากเลี้ยงเป็นจำนวนมากยิ่งเสียเวลามากไปด้วย

สำหรับขั้นตอนการเลี้ยง มีดังนี้ คือ

  1. ดินต้องเป็นดินร่วนปนทราย จึงจะสามารถเก็บความชุ่มชื้นได้ดีและได้ผลดีกว่าดินชนิดอื่น ๆ
  2. พื้นที่ต้องราบเรียบสม่ำเสมอเพราะจะสะดวกต่อการเลี้ยงมากที่สุด
  3. ต้องเป็นพื้นที่ที่ไม่มีมด ซึ่งมดเป็นศัตรูสำคัญของกบ

การเตรียมพื้นที่ในการเลี้ยงกบนั้นต้องทำการยกแปลงให้มีขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 1 เมตร ซึ่งสามารถเลี้ยงกบได้ประมาณ  80-100 ตัว รอบข้างแปลงทำร่องให้มีความกว้างประมาณ 5 เซนติเมตร จะใช้วิธีการเลี้ยงบนกระบะกว้างขนาด 1 เมตร โดยให้มีขา 4 ขาเหมือนโต๊ะแล้วใช้ถ้วยรองขา หรือวัสดุอื่น ๆ มารองที่ขาทั้ง 4 ขา เพื่อใส่น้ำกันมดขึ้นไปกัดกบก็ได้เช่นกัน

กะลาครอบเลี้ยงกบ

ควรเลือกใช้กะลาตัวเมีย คือกะลาที่มีรู หากเลือกกะลาเก่าได้ยิ่งส่งผลดี เพราะกบจะชอบอยู่อาศัยมากกว่ากะลาใหม่ ๆ ขนาดที่ใช้ต้องมีความกว้าง 3.5-4 นิ้วขึ้นไป ในกรณีที่เป็นกะลาใหม่มักมีมดขึ้น จึงควรนำไปแช่น้ำทิ้งไว้ก่อนประมาณ 15-20 วัน และต้องทำการขูดเนื้อมะพร้าวทิ้งให้หมด และนำมาตากแดดให้แห้งจนกลายเป็นสีนวล ส่วนกะลาที่ไม่มีรูให้นำมาเจาะรูให้เรียบร้อย

ลูกกบที่ใช้เลี้ยง

การหาลูกกบมาเลี้ยงนั้นหากเป็นการหามาจากแหล่งธรรมชาติควรจัดหาช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ซึ่งจะได้ลูกกบที่มีขนาดเท่ากับหัวแม่มือ แต่ต้องระวังด้วยหากจับไม่ดีอาจจับได้ลูกเขียดมาเพาะเลี้ยงและทำให้เสียเวลาได้ การสังเกตุนั้นลูกเขียดใต้คางจะมีสีขาว ลูกกบใต้คางจะมีริ้วสีดำ ลำตัวมีสีคล้ำ  หากเลือกได้คล่องแล้วก็คงหมดปัญหา

วิธีการเลี้ยง

นำลูกกบที่มีขนาดประมาณ 1.5-2 เซนติเมตรลงบ่อเลี้ยง โดยให้อาหารคือไส้เดือน และทำการเลี้ยงเป็นระยะเวลาราว 1 เดือนจึงนำไปเลี้ยงต่อในกะลาต่อไป

และควรคัดแยกลูกกบให้มีขนาดใกล้เคียงกัน หรือหากจะแยกขนาดก็คือ แยกให้เป็นกบใหญ่อยู่ส่วนกบใหญ่ กบเล็กก็อยู่กบเล็ก ซึ่งเมื่อทำการคัดขนาดแล้วจะได้ไม่ต้องทำการเปิดกะลาดูบ่อยครั้ง เพื่อป้องกันการตกใจ ไม่กินอาหารและเติบโตช้าได้

สำหรับการนำลูกกบลงเลี้ยงในกะลาต้องมีเทคนิคพอสมควร อันดับแรกคือการเริ่มเทดินเหนียวสำหรับรองพื้นก่อนให้มีความหนาประมาณ 2-3 เซนติเมตร ใช้มือตบและปรับให้เรียบเล็กน้อย วางลูกกบลงไปพร้อมนำกะลาลงครอบโดยฝังกะลาให้ลึกราว 1 ใน 4 ของกะลา การวางลูกกบลงเลี้ยงควรจัดวางกะลาให้เป็นแถว และควรห่างกันประมาณ 2 เซนติเมตร แต่ทั้งนี้การจัดวางกะลาต้องคำนึงถึงการเข้าไปปฏิบัติงานได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วย

การให้อาหารเลี้ยง

อาหารที่เป็นที่นิยมของกบมากที่สุดคือ แมลงและไส้เดือน สำหรับแมลงเราสามารถใช้ไฟล่อให้บินมาเล่นไฟ และตกลงไปสู่กะลาก็ได้ ส่วนอาหารจำพวกไส้เดือนก็ให้สับเป็นท่อน ๆ  ปลาสด เครื่องในสัตว์ก็เช่นกัน หากเป็นอาหารเม็ดสำหรับเลี้ยงไก่ควรให้กินวันละ 4-5 เม็ด โดยหยอดผ่านรูทุกวันจนครบตามจำนวนกะลา การให้อาหารนี้ควรให้อย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง ในช่วงเวลาเช้า-เย็น ไม่ควรเปิดกะลาให้อาหาร เพราะจะทำให้กบตกใจ ไม่ยอมกินอาหารและชะงักการเจริญเติบโตได้

การจัดการเลี้ยงดู

  1. การรดน้ำนั้นควรรดอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง หากเป็นช่วงหน้าร้อนก็ควรรดน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง จะช่วยให้กบเจริญเติบโตได้ดี เพราะกบชอบอาศัยอยู่ริมน้ำ ชอบความชื้นเป็นหลักอยู่แล้ว
  2. การป้องกันศัตรูกบ เช่น มด หนู แมว และสุนัขโดยเฉพาะมด ถือเป็นศัตรูสำคัญของกบอย่างมาก เพราะหากมดเข้าไปยังที่เลี้ยงกบก็จะทำให้กบถูกกัดและตายในที่สุด ดังนั้นจึงต้องหมั่นตรวจตราให้ดี เก็บเศษหญ้า เศษใบไม้ ตรวจดูร่องน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้มดไต่ข้ามไปกัดกบที่เลี้ยงไว้ได้

ระยะเวลาการเลี้ยง

สำหรับการเลี้ยงกบในกะลานี้ หากนำลูกกบขนาด 1.5-2 เซนติเมตรมาเลี้ยงจะใช้เวลาในการเลี้ยงราว 4-5 เดือน ก็จะโตได้ขนาดสามารถจับมาบริโภค หรือจำหน่ายได้ แต่ทั้งนี้การเลี้ยงต้องเป็นไปได้ด้วยดี มีการให้กินอาหารอย่างสม่ำเสมอ และเพียงพอต่อความต้องการของกบด้วย

สรุปคือการเลี้ยงกบในกะลา ถือเป็นการเลี้ยงที่มาจากภูมิปัญญาไทย ที่ต้องใช้ความคิด และความพยายาม และความอดทนในการเลี้ยง เพื่อให้ได้มายังประโยชน์สูงสุด

ใส่ความเห็น