การเลี้ยงแม่พันธุ์สุกร

สำหรับสุกรที่ใช้ทำเป็นแม่พันธุ์สุกร ในระยะแรกจะเลี้ยงรวมกันทั้งตัวผู้และตัวเมีย เพื่อเป็นการกระตุ้นการเป็นสัดให้เร็วขึ้น จนมีน้ำหนัก 50 กิโลกรัม ก็จะเริ่มแยก

เลี้ยงออกจากตัวผู้ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้แม่พันธุ์สุกรบางตัวถูกผสมพันธุ์ ควรแยกและนำมาเลี้ยงรวมกับตัวเมียด้วยกัน แต่ไม่เกินคอกละ 6 ตัว เพราะ ถ้ามากกว่านี้จะเกิดการแย่งอาหารและกัดกัน ช่วยลดปัญหาการไม่เป็นสัดในแม่พันธุ์สุกรสาวได้ดี แต่ ถ้าไม่สะดวกก็อาจจะเลี้ยงแบบขังเดี่ยวก็ได้ การเลี้ยงดูก็เป็นส่วนสำคัญหากทำการเลี้ยงดูแม่พันธุ์จนมีรูปร่างที่อ้วนเกินไป ก็จะส่งผลให้ทำการผสมพันธุ์ติดได้ยาก ดังนั้นต้องควบคุมในเรื่องของอาหารด้วย เมื่อแม่พันธุ์สุกรมีน้ำหนักประมาณ 90 กิโลกรัมขึ้นไปแล้ว ต้องควบคุมเรื่องอาหารที่ใช้เลี้ยงแม่พันธุ์โดยเฉพาะ โดยจะให้อาหารวันละ 2% ของน้ำหนักตัว ถ้าหากว่าแม่พันธุ์สุกรมีความอ้วนมากเกินไป ก็จะใช้วิธีลดอาหาร โดยให้กินอาหารมื้อเดียวในตอนเช้า ส่วนตอนบ่ายก็จะให้กินอาหารหยาบจำพวกหญ้าสดให้มาก ๆ
การเลือกแม่พันธุ์สุกรเพื่อทำการผสมพันธุ์นั้นถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ไม่ต่างกับการเลือกพ่อพันธุ์สุกรเช่นกัน หากเราคัดเลือกแม่พันธุ์ที่ไม่ดีย่อมส่งผลกระทบต่อลูกสุกรที่ได้เช่นกัน อาจเป็นตัวถ่วงที่จะทำให้ได้ลูกสุกรที่ไม่ดีเท่าที่ต้องการ ดังนั้นการคัดเลือกจึงจำเป็นต้องคัดเลือกพันธุ์สุกรที่จะเอามาเป็นแม่พันธุ์สุกรที่ดี เพื่อมาผสมพันธุ์ ลักษณะของแม่พันธุ์สุกรที่ดี มีดังนี้
1. เป็นแม่พันธุ์สุกรที่ได้มาจากการครอกที่มีลูกเมื่อคลอด 9 ตัว และหลังอย่านมต้องเลี้ยงรอดไม่น้อยกว่า 8 ตัว
2. มีลักษณะเป็นแม่พันธุ์ที่ดี หัวและคางบาง ตาแจ่มใส ไหล่เกลี้ยงเกลา หน้าอกใหญ่ หลังโค้งพองาม ลำตัวยาวลึก สะโพกอูมพอง และคล่องแคล่วแข็งแรง
3. จะต้องเป็นแม่พันธุ์ที่ได้มาจากการผสมพันธุ์แบบเลือดชิด
4. มีประสิทธิภาพในการใช้อาหารไม่เกิน 3ต่อ 1 อัตราการเจริญเติบโตเมื่ออายุได้ 5 เดือน ควรมีน้ำหนัก 75-80 กิโลกรัม และมีความหนาและมันที่สันหลังไม่เกิน 1.35 นิ้ว
5. ต้องมีเต้านมที่สมบูรณ์ จำนวนไม่น้อยกว่า 12 เต้า เต้านมวางเรียงเป็นระเบียบ และไม่หย่อนยาวจนเกินไป
การผสมพันธุ์ของสุกรแสดงให้เห็นว่าแม่พันธุ์สุกรเป็นสาวพร้อมที่จะผสมพันธุ์ได้แล้ว ซึ่งแม่พันธุ์ที่มีอายุมากจะมีอายุการเป็นสัดนานกว่าแม่พันธุ์สาว สุกรพันธุ์แท้และพันธุ์ลูกผสมจะเริ่มเป็นสัดครั้งแรกเมื่อมีอายุได้ 6 เดือน ระยะการเป็นสัดเฉลี่ย 2-3 วัน อาการเป็นสัดที่เห็นได้เด่นชัดมีดังนี้
1. แม่พันธุ์สุกรสาวจะมีอาการกระวนกระวาย แกว่งหางไปมาและถ่ายปัสสาวะบ่อย ๆ
2. ในบางตัวไม่กินอาหาร แยกออกจากฝูง นอนซึมอยู่เพียงลำพัง
3. ส่งเสียงร้องดัง พยายามขึ้นทับตัวอื่น
4. หากตรวจดูจะพบว่าอวัยวะเพศบวม โตและขยายมากขึ้น เมื่อเป็นสัดเต็มที่
5. มีน้ำเมือกไหล
6. ถ้าเป็นสัดเต็มที่ เมื่อเราเอามือกดหลังหรือกดตรงส่วนบั้นท้าย แม่พันธุ์สุกรสาวจะยืนนิ่ง พร้อมที่จะให้พ่อสุกรขึ้นผสมพันธุ์
7. ถ้าสังเกตุเต้านมจะมีความเต่งตึงกว่าปกติ
โดยทั่วไปแล้วแม่พันธุ์สุกรสาวที่เป็นสัดครั้งแรกจะยังไม่ทำการผสมพันธุ์ เพราะระบบสืบพันธุ์ไม่เจริญเติบโตเต็มที่ หากทำการผสมจะทำให้แม่พันธุ์สาวเกิดการชะงักการเจริญเติบโตได้ เมื่อใดที่จะทำการผสมพันธุ์จะมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
1. ควรมีอายุ 7-9 เดือนขึ้นไป
2. มีน้ำหนักประมาณ 90 กิโลกรัมขึ้นไป
3. เป็นสัดครั้งที่ 2 หรือ 3 (รอบการเป็นสัดของแม่สุกรแต่ละครั้งประมาณ 21 วัน) อย่างไรก็ตาม หากเราปล่อยให้การผสมพันธุ์ยืดเยื้อออกไป จะเป็นสิ่งไม่ดี เพราะจะทำให้ผสมติดยาก เนื่องจากแม่พันธุ์สุกรสาวอาจเป็นหมันได้ เพราะการที่แม่พันธุ์สุกรสาวมีอายุมากขึ้นก็จะมีไขมันสูงขึ้นทำให้มีไขมันเกาะติดรอบ ๆ รังไข่ ไข่จึงไม่สามารถหล่นลงมาได้หรือ ไขมันเกิดขึ้นรอบ ๆ ช่องมดลูกทำให้อสุจิไม่สามารถเข้ามาผสมกับไข่ได้ ทำให้แม่พันธุ์สุกรสาวเป็นหมันตลอดไป

ใส่ความเห็น