การเลี้ยงโคนมในแบบฉบับชาวบ้าน

การเลี้ยงโคนมที่จะขอกล่าวต่อไปนี้เป็นประสบการณ์จริงของเกษตรกรโคนมที่เลี้ยงโคนมเพียง 40 ตัวแต่สามารถสร้างรายได้หลักเป็นกอบเป็นกำคือหลักแสนบาท

ต่อเดือน ซึ่งเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วจะเหลือกำไรต่อเดือนราว 60,000-70,000 บาทเลยทีเดียว เกษตรกรท่านนี้เริ่มเลี้ยงโคนมจากการซื้อโคนมเพศผู้ เข้ามาเลี้ยงก่อนเพียง 5 ตัวเท่านั้นใเบื้องต้น ซึ่งพันธุ์โคที่ได้นั้นซื้อมาจากโคนมหนองโพ หลังจากเลี้ยงจนโตเต็มที่จึงทำการขายออกไป และนำเงินที่ได้นั้นมาซื้อแม่วัวนม 2 ตัวมาเลี้ยงต่อในราคาตัวละ 30,000 บาทและทำการเพาะขยายพันธุ์เรื่อยมา จนปัจจุบันในฟาร์มมีโคนมทั้งหมดราว 40 ตัว แบ่งเป็น วัวสาวทดแทน 4-5 ตัว วัวรีดนม 24 ตัว และวัวพักท้องราว 10 ตัว น้ำนมที่ได้ในแต่ละวันจะอยู่ที่ประมาณ 250 กิโลกรัมต่อวัน ราคาที่ขายน้ำนมอยู่ที่กิโลกรัมละ 11 บาทกว่า ถือว่าพอใช้ได้ไม่ต่ำมาก โรงเรือนเน้นแบบสร้างง่าย ๆ ไม่เน้นวัสดุราคาสูงมากนัก พันธุ์โคนมที่ทางฟาร์มเลือกมาเลี้ยงคือ พันธุ์ขาวดำ โฮลสไตน์ ฟรีเชียส โดยช่วงแรกจะผสมแบบสายพันธุ์เลือดร้อย ต่อมาปรับน้ำเชื้อลงมาเป็น 93.75 เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่ให้น้ำนมมาก ทนต่อโรคด้วย ทางฟาร์มเลือกเลี้ยงแบบปล่อยอิสระ ซึ่งทางฟาร์มจะจัดสรรพื้นที่ในคอกออกเป็นสัดส่วน คือส่วนที่นอนพัก ส่วนลานสำหรับให้โคได้ออกกำลังกายบ้าง ซึ่งไม่มีหลังคา ส่วนกินอาหาร ซึ่งลานคอกนี้จะโปร่งโล่งแต่ล้อมรั้วด้วย จุดสำคัญคือ โรงเรือนที่สร้างจะเน้นเรื่องของการถ่ายเทอากาศที่ดี เย็นสบาย ไม่ร้อนเพราะโคไม่ชอบ และต้องไม่มีสิ่งรบกวน เสียงดัง แสงสะท้อนต่าง ๆ เพราะส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพน้ำนม อาหารทางฟาร์มจะให้อาหารสำเร็จรูปจากบริษัทนำมาผสมกับต้นข้าวโพดอ่อน และมีการปลูกหญ้ารูซี่ไว้ใช้ร่วมด้วยราว 3 ไร่ จากนั้นเสริมฟางให้โคด้วยเพื่อช่วยในการย่อยอาหาร ซึ่งโคนม 1 ตัวจะกินอาหาร 9-10 กระสอบได้สำหรับ 1 เดือน สำหรับวัว 40 ตัวจะเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 27000 บาทต่อเดือน
เรื่องปัญหาเกี่ยวกับอาหาร ทางฟาร์มจะประสบในหน้าฝนเนื่องจากพื้นที่ใกล้ฟาร์มที่ใช้เป็นอาหารของโคจะถูกน้ำท่วมทำให้ขาดแคลน วิธีการแก้ปัญหาเรื่องนี้ทางฟาร์มจะใช้วิธีการนำต้นข้าวโพดมาหมักไว้ก่อนช่วงหน้าฝน เพื่อทดแทนช่วงที่ขาดแคลนอาหารได้ ซึ่งนอกจากนี้ทางฟาร์มยังหมักฟางปรุงแต่ง โดยจะใช้ฟางข้าว ปุ๋ยยูเรีย บัวรดน้ำ และพลาสติกสำหรับคลุมฟาง อัตราส่วนง่าย ๆ คือ ฟาง 100 ส่วน น้ำ 100 ส่วน ยูเรีย 6 ส่วน วิธีทำคือปูพลาสติกบนพื้นราย นำฟาง 100 กิโลกรัม ปูให้ทั่ว ผสมน้ำกับยูเรียเข้าด้วยกันรดให้ทั่วฟางสม่ำเสมอ จากนั้นปูทับอีกชั้นและรดน้ำกับยูเรียเช่นเดิม ทำชั้นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนหมดฟางที่เตรียมไว้ แล้วคลุมด้วยพลาสติกใช้เวลาราว 3 อาทิตย์ เพื่อให้เกิดการย่อยสลายของก๊าซแอมโมเนียและให้เยื่อใยในฟางหมดไป เมื่อฟางกลายเป็นสีน้ำตาลจึงให้โคกินได้ แต่ฟางปรุงแต่งห้ามให้ลูกวัวอายุต่ำกว่า 6 เดือนกิน เนื่องจากระบบย่อยยังไม่ดีเท่าไรนัก และควรเพิ่มอาหารเสริมเช่นมันเส้นผสมเกลือ หรือใบกระถินในอัตราส่วน 1:1.5 กิโลกรัม เพื่อเพิ่มปริมาณและคุณค่าทางอาหาร ส่วนฟางหมักที่ปรุงแต่งนั้นก่อนนำมาใช้ควรตากแดดสัก 2 ชั่วโมงเพื่อลดก๊าซแอมโมเนีย และลดกลิ่นฉุนลงไป หากฉุนมากโคจะไม่กิน
ซึ่งหลัก ๆ แล้วอาหารโคนมทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มด้วยกันคือ
1. อาหารหลักพื้นฐาน เช่น มันเส้น ข้าว รำ
2. อาหารประเภทโปรตีน เช่น กากฝ้าย ปลาป่น กากถั่ว
3. อาหารเสริมแร่ธาตุ เช่นกระดูกป่น เกลือ สารเคมีบางชนิด
4. อาหารเสริมวิตามิน เป็นอาหารที่นำพาวิตามินบางชนิดแบบเข้มข้น
5. อาหารเสริมเบ็ดเตล็ด เช่น ฮอร์โมน ยาปฏิชีวนะ