ข้อแนะนำสำหรับเกษตรกรที่ให้แม่ไก่ฟักไข่เอง มีดังนี้

เกษตรกรมือใหม่ที่เริ่มฝึกหัดเลี้ยงไก่เบตงแบบเริ่มต้น จะมีข้อแนะนำสำหรับเกษตรกรที่ให้แม่ไก่ฟักไข่เอง มีดังนี้

  1.  เตรียมรังไข่และวัสดุรองรังไข่ที่สะอาด ใช้ฟางหรือแกลบก็ได้
  2. ในฤดูร้อนไข่ที่ออกมาฟองแรก ๆ ถ้าไม่นำมาเก็บไว้ในที่เย็นหรือตู้เย็นที่มีความชื้นพอเหมาะ และให้นำขันใส่น้ำดื่มมาวางไว้ในตู้เย็นเพื่อเพิ่มความชื้นสัมพัทธ์ภายในตู้ด้วยแล้ว  ควรนำไข่ดังกล่าวมาบริโภค  เพื่อทำให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายดีกว่าจะปล่อยให้แม่ไก่ฟัก ซึ่งฟักไม่ออก และอาจติดเชื้อเนื่องจากไข่เน่าอีกด้วย
  3. ควรจัดเตรียมอาหารและน้ำที่สะอาด เพื่อป้องกันแม่ไก่ทิ้งรังไปนาน  เพราะทนต่อความหิวไม่ไหว ถ้ามีเวลาควรทำความสะอาดภาชนะใส่น้ำทุกครั้ง
  4. ระหว่างที่แม่ไก่ฟักไข่อยู่นั้น สามารถตรวจหาไข่ที่มีเชื้อด้วยวิธีง่าย ๆ คือ  หากระดาษสีดำม้วนเป็นรูปกรวย  ปลายข้างหนึ่งให้พอเหมาะสำหรับด้านป้านของไข่ และอีกข้างหนึ่งให้เล็กกว่า ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ส่องโดยใช้ด้านกว้างของกรวยกระดาษชิดกับไข่และให้แสงส่องกระทบไข่ เมื่อส่องดูจากปลายกรวยอีกด้านหนึ่ง จะเห็นไข่มีเชื้อมีเส้นเลือดแตกแขนง แต่หากพบไข่ไม่มีเชื้อแล้วให้นำออกมาบริโภคต่อไปได้ และอย่าปล่อยไข่ไม่มีเชื้อทิ้งไว้จนไข่ระเบิดคารังส่งกลิ่นเน่าเหม็น ซึ่งจะส่งผลเสียต่อไข่มีเชื้อฟองอื่น ๆ ได้
  5. ไม่ควรปล่อยให้มีสัตว์อื่น ๆ มารบกวนแม่ไก่ขณะฟักไข่
  6. ไข่ฟักจะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ  21 วัน  ก่อนจะออกเป็นลูกไก่  แต่เนื่องจากไข่ในสภาพธรรมชาตินั้นแม่ไก่ให้ไข่  1 ชุด  อาจจะประมาณ  7-18 ฟอง  แต่ต้องใช้ระยะเวลานานกว่า  เพราะการให้ไข่นั้นอาจเป็นในลักษณะ  3วันเว้น 1 วัน  หรือ  4 วันเว้น  1 วัน   หรือแบบอื่น ๆ ก็ได้  ไข่ที่ออกมาฟองแรก ๆ ตัวอ่อนจึงมักเจริญทันที เมื่อสภาพอุณภูมิสูงกว่า  23 องศาเซลเซียส  แต่ในบางสภาพอากาศ ไข่ที่ฟักมาก่อนอาจฟักไม่ออก  ดังที่อธิบายแล้วในข้อ  2  และอีกปัจจัยหนึ่งคือ  แม่ไก่ไม่สามารถนั่งฟักไข่ได้ตลอด  24 ชั่วโมง  ทั้ง  21 วัน  ซึ่งต้องมีการออกหากินบ้างตามธรรมชาติ   ซึ่งจะทำให้ช่วงนี้การเจริญเติบโตของตัวอ่อนนั้นมีการชะงักไปเล็กน้อย

ใส่ความเห็น