ชาวกาฬสินธุ์ ตื่นเต้นกิ้งก่ายักษ์ ยาว 2 เมตร แห่ดูตรึม…

1

ข่าวนี้เป็นข่าวของวัน พฤหัสบดีที่่ 11 ที่ผ่านมาครับ เนื่องจากชาวบ้านตื่นเต้นแห่กันไปดูกิ้งก่ายักษ์ ยาว 2 เมตร ที่จังหวัดกาฬสินธุ์  ที่ ตำบลกมลาไสย ซึ่งเป็นกิ้งก่าที่

ชาวบ้านจับได้ และสร้างความตื่นเต้นและประหลาดใจให้ชาวบ้านที่ได้พบเห็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นกิ้งก่าที่มีขนาดใหญ่มาก  ผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่บ้านเลขที่ 239 หมู่ 12 บ้านปากน้ำ ต.กมลาไสย อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นบ้านของนางไพรศรี ไชยกาล อายุ 36 ปี และสามีชาวต่างชาติชื่อ มิสเตอร์โอเล่ เกอวีน ชาวเดนมาร์ก อายุ 54 ปี ผู้ที่จับกิ้งก่ายักษ์ได้ ภายในบริเวณบ้านพบชาวบ้านกำลังพากันแห่มาดูกิ้งก่ายักษ์ คาดเป็น “อีกัวนา” ถูกจับขังไว้ในกรง ซึ่งเป็นสัตว์เลื้อยคลาน มีลำตัวคล้ายกิ้งก่าทั่วไป มีขนาดความยาวประมาณ 2 เมตร ลำตัวใหญ่ประมาณ 50 เซนติเมตร น้ำหนักตัวประมาณ 8 กิโลกรัม มีสีเทาสลับดำ

บางครั้งเปลี่ยนเป็นสีขาวสลับเขียว มีแผงใต้คอ ลำตัวมีเกล็ดหนาทั้งตัว และมีหนามแหลมตั้งชันอยู่กลางลำตัวไล่เรียงตั้งแต่หัวจดหาง มี 4 ขา แต่ละขามี 5 เล็บ ผิวหนังเป็นเกล็ดคละสีคล้ายกับกิ้งก่าทั่วไป เพียงแต่มีขนาดใหญ่กว่าหลายเท่าตัว

นางไพรศรี ไชยกาล ผู้ที่พบเห็นได้บอกว่า ตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปกับแฟนจะไปเก็บผักขี้เหล็กตามบริเวณสวนสาธารณะหนองขุ่นท้ายหมู่บ้านเพื่อนำมาแกงขาย ซึ่งเมื่อขี่รถผ่านไปในป่าได้เสียงดังขึ้น จึงได้จอดรถดูพบว่ามีตัวกิ้งก่าขนาดใหญ่ ตนและแฟนจึงอยากจับไว้เพราะเกรงว่าหากวัยรุ่นมาพบอาจจะทำร้ายสัตว์ได้ ตนจึงให้แฟนมาตามน้องชายแต่ก็ไม่พบ แฟนตนและเพื่อนบ้านจึงได้ช่วยกันจับ แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก

ทั้งนี้ เพราะชาวบ้านกลัวว่ากิ้งก่ายักษ์อาจจะกัดชาวบ้านได้ ซึ่งกิ้งก่าได้วิ่งหนีลงในน้ำแฟนตนและชาวบ้านจึงว่ายน้ำตามและสามารถจับไว้ได้ เมื่อไล่จับได้แล้วก็นำมาใส่กรงไว้ จากนั้นก็มีชาวบ้านแห่กันมาดูจำนวนมาก

นางไพรศรีบอกอีกว่า ในหมู่บ้านแห่งนี้ไม่เคยปรากฏเห็นมีสัตว์ชนิดนี้มาก่อน มีเพียงกิ้งก่าตัวเล็กธรรมดาทั่วไป แต่ไม่เคยมีขนาดใหญ่ถึงเพียงนี้และไม่เชื่อว่าจะมีคนมาปล่อยทิ้งไว้ น่าจะเติบโตขึ้นเองตามธรรมชาติมากกว่าเพราะว่าไม่เคยปรากฏเห็นผู้คนในพื้นที่เลี้ยงสัตว์ประเภทนี้ ซึ่งกิ้งก่ายักษ์ตัวนี้มันมีความสามารถพิเศษ คือปรับเปลี่ยนสีตัวกลมกลืนเข้ากับสภาพแวดล้อมได้ดีมากและปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็วภายใน 2-3 นาทีเท่านั้น

แต่มีส่วนประกอบต่างๆ คล้ายกับกิ้งก่าทั่วไปแทบทุกอย่าง แต่ฟันไม่มี เดินเชื่องช้า และอาวุธประจำกายคือเล็บและหางที่ช่วยในการป้องกันภัยให้ตัวเอง ส่วนอาหารน่าจะกินประเภทพืชผักและผลไม้ตามธรรมชาติ

ตนยังบอกอีกว่า กิ้งก่ายักษ์ หรือที่เรียกกันว่าอีกัวนา เป็นสัตว์สงวนหรือไม่ เพราะกลัวจะมีความผิดเป็นผู้ครอบครอง จึงอยากให้เจ้าหน้าที่รัฐมาตรวจสอบดูว่าเป็นสัตว์สงวนหรือเปล่า หากเป็นสัตว์สงวนก็พร้อมมอบให้ทางราชการไป แต่หากไม่ใช่ตนก็พร้อมที่เลี้ยงไว้เพื่อเอาไว้ให้ชาวบ้านและลูกหลานได้ดูกันต่อไป