ตะพาบที่มีการค้นพ้นในประเทศไทยมีทั้งหมด 5 ชนิด

ตะพาบน้ำที่มีการค้นพบในประเทศไทย ราว 20 กว่าปีที่แล้ว
โดยการรายงานของนาวาโทวิโรจน์ นุตพันธ์ และทั้ง 5 ชนิดนี้ได้แก่


1. ตะพาบม่านลาย หรือกริวลาย หรือกราวด่าง
2. ตะพาบข้าวตอก
3. ตะพาบแก้มแดง
4. ตะพาบหัวกบ
5. ตะพาบหรือปลาฝา
1.1 ตะพาบม่านลายถือเป็นตะพาบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีกระดองนิ่มที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อโตเต็มที่จะมีขนาดใหญ่ถึง 115 ซม. หนัก 100 กิโลกรัม ลำตัวแบนผิวกระดองเรียบ หัวเล็กคอยาวสามารถเอี้ยวกลับมาด้านหลังได้ไกล ตั้งแต่ส่วนหัวเป็นต้นไป และส่วนใหญ่จะใช้ชีวิตในน้ำเกือบตลอดชีวิต และเวลาเดียวที่จะขึ้นบกคือ เวลาที่วางไข่
1.2 ตะพาบข้าวตอก ถืดเป็นตะพาบน้ำขนาดเล็ก มีขนาดกว้างเพียง 35 ซม. น้ำหนักเพียง 10 กิโลกรัม มีกระดองกลม ผิวเรียบ มีหนามขนาดเล็กรอบ ๆ หัวใหญ่ จมูกเล็ก ยาว อุ้งเท้าขนาดค่อนข้างใหญ่ ถือเป็นตะพาบน้ำที่หายาก อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำสะอาดๆ
1.3 ตะพาบแก้มแดง ถือเป็นตะพาบที่มีขนาดเล็กที่สุดที่ค้นพบในประเทศไทย มีขนาดกว้างเพียง 35 ซม. แต่เมื่อโตเต็มที่จะมีน้ำหนักไม่เกิน 15 กิโลกรัม มีกระดองเป็นทรงรี และแคบเมื่อเทียบกับตะพาบน้ำชนิดอื่น ๆ ด้านข้างกระดองค่อนข้างตรง หัวใหญ่ จมูกยาว คอยาว และมีหางสั้น
ซึ่งมีทั้งที่พบทางภาคเหนือ ภาคตะวันตก และพบมากทางภาคใต้ของประเทศไทย

1.4 ตะพาบหัวกบ ถือเป็นตะพาบน้ำขนาดใหญ่มีขนาดความกว้างของกระดองเมื่อโตเต็มที่คือ 100 ซม. หนักถึง 85 ซม. เมื่ออายุน้อยกระดองมีรูปร่างกลม และเปลี่ยนรูปทรงเมื่ออายุมากขึ้น ลำตัวแบน หัวใหญ่ ลำคอยาว จมูกสั้น ฟันกรามแข็งแรง ตาเล็ก มีนิ้วเท้า 3 เล็บ และแข็งแรงมาก
ถือเป็นตะพาบที่มีขนาดใหญ่รองลงมาจากตะพาบม่านลาย เพศเมียใหญ่กว่าเพศผู้ ไข่ดกและใหญ่
พบมากในภาคเหนือและภาคกลางและภาคใต้ของประเทศ
1.5 ตะพาบหรือปลาฝา ถือเป็นตะพาบที่มีขนาดเล็ก มีขนาดความกว้างของกระดองราว 75 ซม. น้ำหนักประมาณ 35 กิโลกรัม เมื่อยังเล็กกระดองจะกลม และรีขึ้นเมื่อโตเต็มวัย ตั้งแต่คอส่วนบนไปจรดขอบกระดองจะมีตุ่มาเล็ก ๆ ขึ้นอยู่ หัวใหญ่ จมูกยาวแต่เล็ก ตาโปน ฟันแข็งแรง เท้ามีพังพืดเชื่อมต่อแบบใบพาย และค่อนข้างดุ
ปัจจุบันตะพาบน้ำทั้ง 5 ชนิดนี้ มีจำนวนลดลงมากและเริ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ หากมองเพียงผิวเผินค่อนข้างสังเกตุเพศได้ยาก เพราะมีส่วนคล้ายคลึงกันอย่างมาก

ใส่ความเห็น