ถั่วลิสงเถา

ถั่วลิสงเถา+Peanut vine1

เมื่อพูดถึง พืชอาหารสัตว์ที่ให้ผลผลิตต่ำ แต่มีโปรตีนสูงแล้วนั้นตกยกนิ้วให้ “ถั่วลิสงเถา” ตามหลักแล้วถั่วลิสงเถาจะมีอยู่ทั้งหมด 2 ชนิด ได้แก่


1. ถั่วลิสงเถาพินตอย  ถั่วชนิดนี้ถือเป็นพันธุ์ที่มีลักษณะลำต้นเลื้อยไปกับผิวดิน โดยการใช้ไหล ความสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ใบมีขนาดราว 3.5×4.5 เซนติเมตร และมีดอกสีเหลืองขนาด 12-17 มิลลิเมตร ติดเมล็ดด้วยการแทงลงดิน 1-2 เมล็ดต่อฝัก และมีอายุยืนหลายปี  และมักเรียกว่า “ถั่วบราซิล” พันธุ์ที่นิยมนำมาปลูกจะเป็นพันธุ์พื้นเมืองของอเมริกาใต้ คือพันธุ์อะมาเรลโล่ ถั่วพินตอยหรือถั่วบราซิลนี้จะอยู่ใต้ร่มเงาได้ดี หากปลูกในพื้นที่ที่มีปริมาณน้ำฝน 1,500 มิลลิเมตรต่อปี จะสามารถปลูกถั่วชนิดนี้ได้และส่งผลให้ทนแล้งและรอดตายไปจนถึงช่วงหน้าฝน อุณภูมิที่เหมาะสมคือ 22-28 องศาเซลเซียส ขยายพันธุ์ได้ด้วยเมล็ด หรือไหล การออกดอกเป็นการออกดอกแบบวัฎจักรคือ เปียกสลับแห้ง หากนำไปปลูกควรหว่านเมล็ดที่ 4 กิโลกรัมต่อไร่ สำหรับการนำไปใช้ประโยชน์ สามารถใช้ต้นและใบตัดให้สัตว์กิน เช่น เป็ด ไก่ หมู ก็ได้ ผลผลิตที่ได้ต่อไร่ต่อปีอยู่ที่  1,000 กิโลกรัมต่อไร่

สำหรับชนิดที่ 2 คือ ถั่วกลาบราต้า ถั่วชนิดนี้มีลำต้นใต้ดิน เรียกว่า เหง้า ลำต้นเตี้ยมีอายุยืนหลายปี ลำต้นที่สูงอยู่เหนือพื้นดินเมื่อโตจะทอดตัวราบกับพื้นและชูยอดขึ้นสูง  ความสูประมาณ 5-35 เซนติเมตร ใบกว้าง 2×4 เซนติเมตร  ดอกสีเหลือง ส้มอ่อน ไม่่ค่อยติดเมล็ดนัก  เจริญเติบโตได้ดีในดินทรายและดินเหนียว และมีสภาพความเป็นกรด และทนต่อน้ำท่วมขังในเวลาสั้น ๆ ได้  ชอบอุณภูมิสูงกว่า 20 องศาเซลเซียส และทนต่อพื้นที่ที่มีร่มเงาได้น้อยกว่าถั่วพินตอย  ผลผลิตต่อไร่คือ 400 กิโลกรัมต่อไร่ หากมีอายุได้ 50 วันหลังตัด

การปลูก  เตรียมดินโดยการไถพรวน 2-3 ครั้ง ใส่ปุ๋ยคอกเพิ่ม   อินทรียวัตถุในดิน ก่อนหยอดเมล็ดเป็นแถวอัตรา 2 กิโลกรัมต่อไร่ ระยะห่างระหว่างแถว 30-50
เซนติเมตร หรือใช้ท่อนพันธุ์ปลูกระยะ ระหว่างต้นและระหว่างแถวห่างกัน 50 เซนติเมตร กำจัดวัชพืชในระยะ 3-4 สัปดาห์แรกหลังปลูก และครั้งที่ 2 หลังจากครั้ง
แรกอีก 2 เดือน เจริญเติบโตเต็มที่แล้วปล่อยให้สัตว์เข้าไปกินหรือเก็บเกี่ยวเป็นอาหารแห้งแก่สัตว์ช่วงหน้าแล้งได้ดี

ประโยชน์ที่นำมาใช้คือ ทำเป็นถั่วหมัก ถั่วแห้ง หรือปล่อยให้สัตว์แทะเล็มแบบไม่รุนแรงมากนักได้