พระก็ไม่เว้นแอบเลี้ยงนกยูง ในวัด

เหตุเกิด เนื่องจากมีคนร้องเรียนว่าที่จังหวัดน่าน อำเภอเวียงสา มีพระแอบเลี้ยงนกยูงไว้ในวัดโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจำหน่าย ซึ่งพบว่ามีรักษาการเจ้าอาวาสวัย 23 ปี

รับเป็นเจ้าของนกยูงดังกล่าว ชาวบ้านทนเห็นพฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้ทั้งที่เป็นบริเวณใน ศาสนสถาน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรุดหน้าเข้าตรวจสอบตามคำร้องเรียนดังกล่าว ซึ่งเมื่อทางตำรวจได้ประสานงานให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบแล้วนั้น พบหลักฐานเป็นกรงขนาดใหญ่ 1 กรง โดยแยกเป็น 2 ห้องภายในเลี้ยงสัตว์ป่าคุ้มครอง (นกยูง) ในห้องแรกเป็นนกยูงไทย จำนวน 7 ตัว ห้องที่ 2 พบเป็นนกยูงอินเดีย จำนวน 3 ตัว ซึ่งจากคำชี้แจงของพระเฉลิมเกียรติอ้างว่าเลี้ยงเพื่อปล่อยกลับคืนสู่ป่า ไม่ใช่เพื่อจำหน่ายแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่า เป็นการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 และที่แก้ไข เพิ่มเติม พ.ศ.2546 ว่า มีสัตว์ป่าคุ้มครอง(นกยูง) ไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต จึงได้เชิญตัวพระเฉลิมเกียรติ พร้อมของกลางเป็นนกยูงไทย จำนวน 7 ตัว ส่งร.ต.ท.กฤษฎา ไชยธรรม พนักงานสอบสวน สภ.เวียงสา สอบสวน เพื่อดำเนินคดี

นายศิริพงษ์ พันธุ์ดี หน.สายตรวจฯ ระบุว่า นกยูงไทย เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองผู้ที่ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต จะถูกดำเนินคดีทั้งโทษปรับและมีโทษจำคุกด้วยสำหรับนกยูงไทย ทั้ง 7 ตัว จะได้นำไปยังศูนย์สัตว์ดอยหลวงอำเภอสองจังหวัดแพร่บริบาลให้สมบูรณ์ก่อนที่ จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติต่อไป ส่วนนกยูงอินเดีย จำนวน 3 ตัว ได้ตรวจสอบแล้วไม่ได้อยู่ใน พ.ร.บ.ดังกล่าวจึงได้มอบให้คณะกรรมการวัดไปดูแลต่อไป โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้ประกันตัวสู้คดี