เทคนิคการเลี้ยงกบนาในบ่อดินผนังคอนกรีตทำอย่างไร

หน่วยงานที่ประสบความสำเร็จเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงและการอนุบาลกบในบ่อดินผนังคอนกรีตคือ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดจังหวัดร้อยเอ็ด   ซึ่งปรากฏว่าทำ

ให้ได้ผลผลิตมาก ลูกกบมีมาตรฐานประหยัดแรงงานและค่าใช้จ่าย มีขนาดสม่ำเสมอ อัตราการรอดตายสูง และยังสามารถกำหนดเวลาการเพาะอนุบาล และนำมาจำหน่ายได้ตรงกับความต้องการของตลาด

สำหรับวิธีการเพาะและอนุบาลกบในบ่อนั้น จะใช้กบพ่อแม่พันธุ์กบนาที่ทำการเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ขนาด 50 ตารางเมตร ขนาดน้ำหนัก 280-300 กรัม เพาะพันธุ์โดยใช้วิธีเลียนแบบธรรมชาติ  ปล่อยให้พ่อแม่พันธุ์ผสมพันธุ์กันองราว 8-10 คู่ หลังวางไข่กบจะฟักไข่ออกเป็นตัวภายใน 18-24 ชั่วโมง จากนั้นราว 5 วันจึงนำลูกอ๊อดลงอนุบาลในบ่อดินผนังคอนกรีตขนาด 800 ตารางเมตร  โดยใช้รำผสมกับปลาป่น 3 ต่อ 1 หว่านลงบนพื้นก้นบ่อเพื่อสร้างอาหารธรรมชาติปลาดุกใหญ่ อัตรา 3 ต่อ 1 ต่อ 2 ประมาณ 1-2 กิโลกรัม หว่านให้ทั่วบ่อวันละ 4 ครั้ง อนุบาลประมาณ 15-16 วัน สังเกตุพบกบมีขาหน้าและเกาะที่ขอบบ่อให้ใช้อวนตาถี่รวบรวมลูกกบมาพักไว้บนบ่อซีเมนต์ขนาด 50 ตามรางเมตร เพื่อเร่งให้ลูกอ๊อดเปลี่ยนเป็นกบเร็วขึ้น ใส่ผักบุ้งสุมเป็นกองสูงระดับน้ำ 5-10 เซนติเมตร

เมื่อนำลูกกบมาพักไว้ราว 3-5 วันให้อาหารเม็ดเล็กหว่านให้กินรอบบ่อ และกองไว้บนแผ่นโฟม ลูกอ๊อดจะเปลี่ยนรูปร่างเป็นกบทั้งหมดภายใน 5 วัน โดยวิธีการนี้ททางศูนย์ฯ สามารถผลิตลูกกบได้จำนวนมาก ซึ่งแม่กบ 1 ตัว จะมีจำนวนไข่เฉลี่ยประมาณ 2,000-3,000 ฟอง ทำให้สามารถอนุบาลลูกกบได้ประมาณ 17,856-19,195 ตัวต่อครั้ง อัตรารอดเฉลี่ย 80-86% ซึ่งถือเป็นการรอดตายสูงมาก และสามารถกำหนดระยะเวลาและขนาดของลูกกบได้แน่นอน ทำให้ผลผลิตช่วงที่เป็นลูกอ๊อดอายุประมาณ 14 วัน มีการนำไปจำหน่ายในแถบภาคอิสาน  ซึ่งนิยมบริโภคทั้งลูกอ๊อดและลูกฮวกจำนวนมาก ซึ่งการจำหน่ายลูกอ๊อดนั้นอยู่ที่กิโลกรัมละ 250-300 บาท ปัจจุบันมีการแปรรูปบรรจุเป็นภาชนะ ส่งขายตามร้านอาหารในบางจังหวัดบ้างแล้ว

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดร้อยเอ็ด ได้ในวันและเวลาราชการ

ใส่ความเห็น