โรคและพยาธิ ของปลานิล

โรคและพยาธิ ของปลานิล ที่พบส่วนใหญ่มีหลายโรคด้วยกันคือ

  1. เห็บปลา เป็นสัตว์ที่ใช้การอาศัยบนตัวปลาด้วยการเกาะ และดูดเลือดปลา รวมถึงยังเข้าเกาะที่บริเวณเหงือกปลาและจะส่งผลให้ปลาเกิดโรคแทรกได้
  2. โรคจากแบคทีเรีย เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อ Streptococcus pyogenes  อาการที่พบคือปลาจะมีลำไส้เหลือง ตับมีความผิดปกติคือ มีฟองอากาศ หากเกิดจากเชื้อ Aeromonas liguefaciens Psendomonas Sp. จะพบในลำไส้และตับ

การป้องกัน สามารถใช้ยาต้านจุลชีพหากจำเป็น เพราะโรคของปลาจะส่งผลให้เกิดความเสียหายได้ง่าย

  1. โรคจุดขาวหรือโรคอิ๊ค โรคนี้เกิดจากเชื้อโปรโตซัว lchtyopthirias multifilis ซึ่งตัวอ่อนของอิ๊คจะเข้าเกาะที่ตัวปลา เมื่อเข้าไปสู่ใต้ผิวหนังปลาจะสร้างเซลล์ห่อหุ้มและทำให้ตัวอ่อนฝังตัวอยู่ใต้ผิวหนัง และเกิดจุดขาว ๆ ขึ้นที่บริเวณนั้น ปลาที่เป็นโรคอิ๊คมีอาการที่บริเวณลำตัว ครีบ หรือบริเวณเหงือกมีจุดขาว ซึ่งหากเกิดจุดขาวนี้แล้วปลาจะใช้ตัวถูกับวัสดุต่าง ๆ ที่อยู่ใต้น้ำ หรือขับเมือกออกมาเพราะมีการระคายเคือง
  2. โรค Pseudomonas septicemia โรคนี้จะทำให้เกิดอาการตกเลือดจากอวัยวะภายในของปลา

การป้องกัน ทำได้โดยการไม่ให้ปลาเครียดและอ่อนแอ เช่นใช้การจัดการเกี่ยวกับคุณภาพน้ำ และควบคุมปรมาณอาหารให้เหมาะสมเสมอ ๆ ด้วย ด้านลูกปลาที่นำมาเลี้ยงควรเลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อที่จะไดลูกปลาที่แข็งแรงและปลอดโรค ซึ่งควรเลือกซื้อจากฟาร์มเพาะที่มีมาตรฐานการผลิตจากกรมประมง ก็จะดีกว่าซื้อจากแหล่งอื่น

  1. หนอนสมอ พวกนี้จะใช้ส่วนหัว ซึ่งเสมือนสมอแทงตัวปลา
  2. Saprolegnia Sp. เกิดจากเชื้อราที่พบบริเวณแผลบนตัวปลานิล ปลานิลจะมีอาการอ่อนเพลีย ผิวหนังเหมือนมีรอยน้ำร้อนลวก และผิวหนังขาด มีลักษณะว่ายน้ำลอยหัว หากเป็นบริเวณโคนครีบจะพบว่าครีบจะหลุดหาย ตามตัวของปลาจะพบกลุ่มสีน้ำตาลเป็นพุ่ม มีขนาดเล็กมากมายเป็นกระจุก
  3. ปลิงใส ปลิงใสเป็นพวกหนอนที่มีลักษณะตัวแบน หรือเรียกในอีกชื่อหนึ่งคือ Skin flukes ถือเป็นปรสิตภายนอกมักจะเกาะอยู่บริเวณเหงือกและครีบของปลานิล หากถูกรุมเกาะอยู่เป็นจำนวนมากจะทำให้เกิดแผลเล็ก ๆ ขึ้นที่บริเวณผิวหนังหรือเหงือก ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดเชื้อแบคทีเรีย รา เข้ามาแทรกที่บริเวณผิวหนังของปลา หรือส่วนของเหงือกต่อไป และทำให้เกิดการลุกลามมากยิ่งขึ้น