โรคของไก่เนื้อ

โรคไก่ คือ อาการที่ไก่มีสภาพผิดปกติไปจากเดิม ไม่ว่าจะเพียงเล็กน้อยหรือร้ายแรงถึงตายก็ตาม ฟาร์มใดมีไก่ป่วยอยู่ในฝูงมากก็จะส่งผลเสียต่อการสูญเสียได้

มากเช่นกัน ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้การเลี้ยงไก่ของฟาร์มนั้นต้องเลิกล้มไปเลยก็ได้ ผู้เลี้ยงไก่ควรยึดหลัก ป้องกันไว้ดีกว่าแก้เพราะถ้าปล่อยให้ไก่เป็นโรคแล้ว รักษายาก ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น และไก่ที่หายป่วยก็มักโตช้าหรือเปลืองอาหาร และอาจเป็นพาหะนำโรคไปติดตัวอื่น ๆ อีกด้วย ดังนี้ไม่ควรเลี้ยงไก่ป่วย ควรรีบแยกและนำไปเลี้ยงไว้ต่างหากจากเล้าไก่ ทางที่ดีควรทำลายหรือเผาเสีย ซึ่งโรคเหล่านี้ผู้เลี้ยงไก่มักพบอยู่เสมอคือ

โรคขี้ขาว เป็นโรคระบาดที่มีความร้ายแรงชนิดหนึ่ง สามารถเกิดขึ้นได้กับสัตว์ปีกแทบทุกชนิด มีสาเหตุเกิดมาจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง การแพร่ระบาดของเชื้อชนิดนี้เป็นไปได้ง่ายและรวดเร็วมาก นับตั้งแต่ฟักออกเป็นตัวก็สามารถติดเชื้อได้ทันที ถ้านำเอาไข่ที่ติดเชื้อไปทำการฟักในตู้ฟัก เมื่อฟักตัวเป็นลูกไก่ออกก็จะทำให้ติดเชื้อและระบาดไปยังตัวอื่น ๆ ที่ฟักในตู้ฟักอันเดียวกัน นอกจากนี้แล้ว การบรรจุไก่ลงกล่องเพื่อลำเลียงไปจำหน่าย หรือกกลูกไก่เป็นจำนวนมาก ๆ ภายในเครื่องกกอันเดียวกัน ก็อาจทำให้เกิดการติดต่อได้ง่าย ส่วนลูกไก่ที่รอดตายก็จะมีเชื้อโรคเกาะอยู่ที่รังไข่หรืออัณฑะ เมื่อเติบโตเป็นไก่ใหญ่ก็เป็นตัวแพร่ระบาดของเชื้อโรคต่อไป ซึ่งเชื้อโรคจะปนมากับอุจจาระและเปลือกไข่ หรือปะปนอยู่ในอาหารและน้ำจากไก่ที่ป่วยเป็นโรคนี้ ทำให้ไก่เป็นโรคชนิดนี้อยู่เสมอ

อาการของโรคขี้ขาว ถ้าเป็นในไก่ใหญ่จะมีการระบาดที่ไม่รวดเร็วนัก แต่จะติดต่อไปเรื่อย ๆ และไก่ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการเซื่องซึม เหงา ปีกตก หน้าและหงอนซีด เบื่ออาหาร และท้องร่วง ถ้าเป็นในลูกไก่จะเสียหายมาก มีอัตราการตายสูงถึง 80-90% โดยที่ลูกไก่มักตายในเปลือก หรือตายภายหลังจากที่ฟักออกจากไข่แล้วในช่วง 5-10 วัน และจะตายเรื่อย ๆ ไปจนถึงอายุ 2-3 สัปดาห์ ซึ่งลูกไก่ที่ป่วยจะมีอาการเบื่ออาหาร หายใจลำบาก ท้องร่วง มีอุจจาระสีขาวติดเปื้อนที่ก้น และตายในที่สุด สำหรับลูกไก่ที่รอดตายนั้น ก็จะเจริญเติบโตได้ช้ามาก แคระแกร็น และมีเชื้อโรคอาศัยอยู่ที่รังไข่ หรืออัณฑะ ทำให้มีการถ่ายทอดไปในไข่และลูกไก่เป็นวงจร หรือวัฎจักรติดต่อกันไปไม่มีที่สิ้นสุด

การป้องกันและรักษา ในการเลี้ยงไก่ไม่ว่าจะเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์ จำหน่ายไข่ หรือจำหน่ายตัว จำเป็นจะต้องทำการควบคุมหรือป้องกันและกำจัดโรคนี้ให้หมดสิ้นไปเสีย โดยทำความสะอาดบริเวณโรงเรือนหรือเล้าไก่ ตลอดทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการเลี้ยงไก่ เมื่อเลี้ยงจนมีอายุได้ 5 เดือนขึ้นไปทุก ๆ ตัว โดยย้อมสีด้วยน้ำยาแอนติเย่น ทำการตรวจสอบ ถ้าหากตรวจสอบแล้วพบว่ามีโรคนี้จะต้องทำการตรวจสอบซ้ำทุก ๆ 4-6 สัปดาห์คัดตัวที่เป็นโรคทำลายทิ้งเสีย จนกระทั่งเหลือเฉพาะไก่ที่ไม่เป็นโรค กรณีที่นำไก่จากแหล่งอื่น ๆ มาเลี้ยงจำต้องแยกขังไว้ต่างหาก 3 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย โดยให้ห่างจากเล้าเดิม อนึ่ง สัตว์ปีกเช่นไก่งวง ห่าน เป็ด สามารถที่จะแพร่ระบาดโรคนี้ได้ จึงควรเลี้ยงแยกจากไก่ที่ได้รับการตรวจโรคขี้ขาวแล้ว

การใช้ยาจำพวกซัลฟาทำการรักษาโรคนี้ พอที่จะช่วยลดอัตราการตายของลูกไก่ให้น้อยลงได้ แต่การรักษาโรคขี้ขาวนี้ไม่นิยมเท่าใดนักเพราะเป็นการเก็บตัวที่เป็นโรคนี้ไว้ อันจะทำให้เกิดโรคระบาดประจำฟาร์มไก่นั้น ๆ ได้

โรคอหิวาต์ไก่ โรคอหิวาต์ไก่เป็นโรคระบาดที่ร้ายแรงชนิดหนึ่งของไก่ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง โรคนี้นอกจากจะพบในไก่แล้วยังพบได้กับสัตว์ชนิดอื่น ๆ อีกเช่น ห่าน เป็ด ไก่งวง นกพิราบ สำหรับไก่ที่ติดเชื้อนั้นเกิดจากการกินน้ำและอาหารที่มีเชื้อโรคชนิดนี้ปะปนเข้าสู่ร่างกายทำให้ป่วยได้
ลักษณะอาการของโรคนี้ จะรุนแรงมากน้อยเพียงใด ก็จะขึ้นอยู่กับว่าเป็นแบบร้ายแรงหรือแบบเรื้อรัง ถ้าเป็นแบบที่ร้ายแรงมากก็อาจตายทันที โดยไม่แสดงอาการป่วยใด ๆ ให้เห็นก็ได้ แต่ถ้าเป็นอย่างอ่อน ๆ ไก่จะแสดงอาการป่วยอยู่เป็นแรมเดือนสำหรับกรณีที่ป่วยไม่สู้จะร้ายแรงนัก ไก่ที่ป่วยจะมีอาการหงอยเหงา เซื่องซึม เบื่ออาหาร กระหายน้ำจัด ท้องร่วง ถ่ายอุจจาระเหลืองหรือเขียว ใบหน้า หงอน เหนียงมีสีคล้ำกว่าปกติ ส่วนกรณีเรื้อรัง ไก่จะเหนียงบวม ในบางตัวอาจบวมที่ขา ทำให้เดินไม่สะดวก การป้องกันโรคนี้ก็เช่นเดียวกับโรคระบาดอื่น ๆ คือ ต้องระมัดระวัง รักษาความสะอาดภายในโรงเรือนเลี้ยงไก่ เพราะความชื้นแฉะมีความสกปรกและเป็นสาเหตุชักนำให้ไก่มีการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้แล้ว ต้องทำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคอหิวาต์ไก่ทุก ๆ 6 เดือน ซึ่งช่วยป้องกันได้ดีพอสมควร ส่วนการใช้ยาปฏิชีวนะและซัลฟาบางชนิด สามารถใช้รักษาโรคนี้ได้เช่นกัน

โรคนิวคาสเซิล โรคนิวคาสเซิลเป็นโรคระบาดที่ร้ายแรงที่สุด ทำความเสียหายต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงไก่เป็นจำนวนมาก การแพร่ระบาดของโรคนี้ก็รวดเร็ว สามารถติดต่อด้วยการหายใจเอาเชื้อชนิดนี้เข้าไป หรือการกินอาหาร น้ำที่มีเชื้อนี้ปนอยู่ หรืออาจจะติดมากับอุจจาระ น้ำมูก น้ำลาย และสิ่งขับถ่ายอื่นๆ ทำให้เกิดโรคระบาดได้ โรคชนิดนี้สามารถติดต่อกับคนได้เช่นกันแต่ไม่รุนแรง เพียงแค่ทำให้เกิดอาการเจ็บตาเล็กน้อยเท่านั้น
อาการที่ไก่ป่วยนั้นจะแสดงอาการทางระบบทางเดินหายใจ และระบบประสาท เช่น หายใจลำบาก มีน้ำมูกไหล หัวสั่นกระตุก คอบิดเบี้ยว ขาและปีกเป็นอัมพาต บางตัวมีปัญหาทางระบบย่อยอาหาร เช่นเบื่ออาหาร ท้องร่วง อุจจาระมีสีขาวปนเขียว ไก่มักตายภายใน 3-4 วัน หลังจากที่แสดงอาการออกมาให้เห็น และอาจตายหมดทั้งเล้าภายใน 1-2 สัปดาห์ ส่วนไก่ที่รอดมักพิการ คอบิด ขาและปีกไม่ปกติใช้งานไม่ได้ และเป็นพาหะของโรคระบาดต่อไป

การป้องกันรักษา  เช่นเดียวกับโรคระบาดทั่วไป คือ จะต้องรักษาความสะอาดของโรงเรือนและภาชนะต่าง ๆ ที่ใช้เลี้ยงให้ดีอยู่เสมอ ป้องกันไม่ให้สัตว์อื่นเข้ามารบกวน อาหารต้องมีคุณภาพ นอกจากนี้ต้องทำการฉีดวัคซีนป้องกันนิวคาสเซิล ซึ่งปัจจุบันวัคซีนคุณภาพดีก็มีอยู่หลายชนิด ของกรมปศุสัตว์ก็มีอยู่ 2 ชนิด คือ ชนิดสะเตรนเอฟ ใช้หยอดจมูกไก่ และลูกไก่ทุกประเภท สามารถคุ้มกันได้ 3-6 เดือน ส่วนอีกชนิดหนึ่งก็คือ เอ็มพีสะเตรน ใช้ปลูกที่หนังของปีกตรงบริเวณใต้กล้ามเนื้อด้านใน โดยใช้กับไก่ที่มีอายุตั้งแต่ 3 เดือน ขึ้นไปเท่านั้น วัคซีนชนิดนี้จะคุ้มกันโรคได้ ประมาณ 1 ปี

โรคกล่องเสียงอักเสบ เป็นโรคระบาดร้ายแรงชนิดหนึ่ง เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งทำให้เยื่อบุภายในกล่องเสียงและหลอดลมเกิดการอักเสบ เป็นในไก่ที่มีอายุ 3-4 เดือน ขึ้นไปเป็นส่วนใหญ่ มีน้อยรายที่จะพบเป็นในลูกไก่ ระบาดโดยการหายใจ ไก่ที่เป็นโรคจะแสดงอาการทางระบบทางเดินหายใจ มีการหายใจลำบาก คล้ายมีสิ่งอุดตันหลอดลม ทำให้ไก่มักต้องอยู่ในท่านั่ง ยื่นคอและศรีษะไปข้างหน้า อ้าปากเป็นระยะ ๆ และมักหลับตา มีน้ำตาและน้ำมูกไหล ในระยะแรกจะมีสีใส แต่ต่อมาจะข้นขึ้นและอาจมีเลือดปะปนมาด้วย ประมาณ 1-4 สัปดาห์ ไก่จะตายเพราะมีหนองอุดตันหลอดลมทำให้หายใจไม่ออก
การป้องกันและรักษา ทำได้เช่นกันกับโรคระบาดอื่น ๆ กรณีที่มีไก่ป่วยเป็นโรคนี้ไม่มากนัก ควรทำลายด้วยการเผาหรือฝัง ส่วนการให้วัคซีนป้องกันโรคนี้ก็ทำได้เช่นกันแต่ต้องระวังให้มาก เพราะเป็นวัคซีนเชื้อเป็น ปกติแล้วจะมีการทำวัคซีนให้ในรายที่กำลังเกิดโรคหรือเคยมีโรคระบาดมาแล้วเท่านั้น การทำวัคซีนชนิดนี้กระทำโดยใช้แปรงขนแข็ง ๆ จุ่มวัคซีนป้ายบริเวณเยื่อชุมที่ทวารหนัก และเยื่อชุมที่ทวารหนักจะเกิดการอักเสบหลังทำวัคซีนได้ 4-5 วัน และเกิดภูมิคุ้มกันหลังทำวัคซีนได้ 9 วัน และสามารถคุ้มกันโรคได้ 1 ปีโดยประมาณ

โรคหลอดลมอักเสบ เป็นโรคระบาดของไก่ที่เพิ่งตรวจพบ ทำความเสียหายให้วงการเลี้ยงไก่นี้เมื่อ สิบกว่าปีนี้เอง เกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งโดยการหายใจเอาเชื้อโรคเข้าไปหรือกินอาหาร และน้ำที่มีเชื้อโรคปนอยู่ โรคนี้มักเกิดกับลูกไก่มากกว่าไก่ใหญ่ ทำให้ลูกไก่ตาย ถึง 10% ตัวที่รอดจะแคระแกร็นและโตช้า อาการจะคล้ายคลึงกับโรคหวัดมาก คือหายใจไม่สะดวก อ้าปากเวลาหายใจ จะมีเสียงดังผิดปกติมีน้ำมูกไหล ตาแฉะ เหงาหงอยเซื่องซึมและจะตายเพราะหายใจไม่ออก
การป้องกันรักษา  ก็เช่นเดียวกันกับโรคระบาดอื่น ๆ คือ ทำความสะอาดโรงเรือนที่ใช้เลี้ยงให้สะอาด ไม่ควรเลี้ยงไก่ต่างรุ่นปะปนกัน อาหารที่ใช้ต้องมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพื่อให้มีการเจริญเติบโตดี สุขภาพแข็งแรง และควรทำวัคซีนให้ ซึ่งปัจจุบันกรมปศุสัตว์ได้ผลิตวัคซีนป้องกันโรคหลอดลมอักเสบขึ้น สามารถใช้หยอดจมูกหรือผสมน้ำให้ไก่กินได้ วัคซีนนี้จะสร้างภูมิกันโรคได้หลังทำวัคซีนแล้ว 21 วัน

ใส่ความเห็น