ไขปัญหาเรื่อง กบ..อ๊บ..อ๊บ

คำตอบคือ  ง่าย ไม่ยุ่งยาก หากยังไม่มีความมั่นใจในการที่จะลองปฏิบัติดูแล้ว สามารถเข้าศึกษาดูงานได้ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 1 จังหวัดอุดรธานี ซึ่ง

ที่นี่ได้มีการจัดทำเรื่องโครงการเลี้ยงกบขวดจนประสบความสำเร็จ และได้ถ่ายทอดประสบการณ์ความรู้สู่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงได้นำไปประกอบอาชีพได้เป็นอย่างดี

ข้อดีของการเลี้ยงกบนาในรูปแบบนี้คือ การประหยัดพื้นที่ในการเลี้ยงและลดต้นทุนในการเลี้ยง โดยเริ่มต้นจากการคัด จัดเตรียมวัสดุและอุปกรณ์ในการเลี้ยง คือ การนำขวดพลาสติกที่ใช้แล้วขนาดบรรจุ 1.25 ลิตร นำขวดพลาสติกมาล้างทำความสะอาด หลังจากนั้นเจาะรูเป็นรูปสามเหลี่ยมขนาด 2 เซนติเมตร บริเวณ 1 ส่วน 3 ของขวดเพื่อให้กบหายใจและให้อาหารได้  โดยเริ่มจากการนำลูกกบที่มีอายุราว 2-3 อาทิตย์ มาใส่ในขวดพลาสติกขวดละ 1 ตัว ปิดฝาขวดให้แน่นและใส่น้ำลงไปประมาณ 1 ใน  4 ของขวด นำไปวางในชั้นวางลักษณะขวดเอียงราว 45 องศา โดยเอาปากขวดลงและเอาก้นขวดบริเวณที่เจาะรูขึ้น สถานที่วางขวดจะต้องวางในที่ร่ม เย็น เพื่อป้องกันแสงแดดเผาตัวกบ ใต้ชายคาบ้าน และเลี้ยงด้วยอาหารกบเล็ก หากหายากก็ใช้อาหารปลาดุกเล็กแทนได้ โดยจะต้องมีโปรตีนไม่น้อยกว่า 30% ให้อาหารวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 3-5 เม็ด  เช้า-เย็น

เมื่อกบโตขึ้นจึงปรับสูตรอาหารเป็นสูตรอาหารปลาดุกกลางและปลาดุกใหญ่ตามลำดับ ในระหว่างการเลี้ยงต้องมีการถ่ายเทน้ำ ราว 2-3 ครั้ง เพื่อป้องกันน้ำเน่าเสีย โดยให้สังเกตุจากเศษอาหารในขวด ถ้ามีมากและเริ่มเปลี่ยนสี เมื่อเลี้ยงกบในขวดได้นานประมาณ 3 เดือน ให้เปิดฝาขวดออก น้ำหนักกบตอนนี้จะได้ราว 200-250 กรัม ซึ่งอัตราการเจริญเติบโตใกล้เคียงกับการเลี้ยงในบ่อดิน เมื่อเลี้ยงจนครบอายุ 4 เดือนก็สามารถจับขาย หรือนำไปบริโภคได้

ข้อสำคัญของการเลี้ยงกบในขวดพลาสติกนั้น ต้องให้อาหารอย่างพอเหมาะ ขวดที่นำมาใช้ควรเป็นทรงสี่เหลี่ยม น้ำที่ถ่ายจากกบสามารถนำไปรดน้ำต้นไม้ได้ นี้คือหลักสูตรการเลี้ยงกบในขวดพลาสติกของสถานที่แห่งนี้ที่หากใครสนใจสามารถติดต่อขอเรียนรู้งานได้ตามสถานที่ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

สำหรับอีกหนึ่งองค์ความรู้ที่จะนำมาถ่ายทอดให้ผู้ที่สนใจในการเลี้ยงกบนั้นได้ศึกษากันต่อไปคือ  การเลี้ยงกบในขวดพลาสติกของคุณลุงค่อย อินแพง เกษตรกรวัย 50 ปี ของอำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง ในอดีตลุงค่อยได้ทำการเลี้ยงกบในบ่อ แต่ประสบปัญหาเรื่องขนาดของกบที่ไม่เท่ากัน และเกิดการกัดกันเอง แย่งอาหาร เป็นส่วนใหญ่ ลุงค่อย จึงได้คิดวิธีการเลี้ยงในขวดพลาสติกเพราะต้องการหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว และปราศจากโรค ลุงค่อยเริ่มจากการนำขวดพลาสติกสี่เหลี่ยม มาเจาะรูด้านข้างเป็นรูกลมขนาด 2 เซนติเมตร และนำคอขวดน้ำพลาสติกชนิดกลมมาเสียบ นำมุ้ง มาคลุมด้านบนรัดด้วยยางเส้นกันกบกระโดด ให้อาหารสำเร็จรูปวันละ 2 มื้อ เปลี่ยนน้ำวันละ 2 ครั้ง ใช้เวลา 15 วันจึงทำการเปลี่ยนอาหารเป็นอาหารกบรุ่น เมื่อได้ 1 เดือน เปลี่ยนเป็นอาหารกบใหญ่ ประมาณ 2-3 เดือนก็สามารถจับขายได้ โดยน้ำหนักที่ได้คือ 2-3 ตัวต่อกิโลกรัม กิโลกรัมละ 100 บาท โดยมีพ่อค้ามารับซื้อถึงที่ เพราะกบที่ได้มีรสชาดดี ไม่มีกลิ่นเหมือนกับการเลี้ยงในบ่อดิน

การเลี้ยงคือ การทำลักษณะโรงเรือนคือ ทำเป็นชั้น ๆ เพื่อวางขวดเป็นแถวข้าง ๆ บ้าน เปิดโรงเรือนให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก โดยจะเลี้ยงเป็นรุ่น  รุ่นละ 100 ตัว ถ้าต้องการให้โตเร็วควรเลี้ยงกบตัวเมีย นอกจากจะช่วยเสริมรายได้ให้กับครอบครัวแล้ว ยังนำขวดพลาสติกเหลือใช้นำมาใช้ประโยชน์ได้อีกด้วย

เลี้ยงกบในนาข้าวทำได้หรือไม่…..

คำตอบ คือ  ทำได้ เนื่องจากเคยมีเกษตรกรที่เลี้ยงกบในนาข้าวและประสบความสำเร็จมาแล้ว ซี่งเกษตรกรท่านนี้ชื่อคุณ จำนง โดยคุณจำนงยอมรับว่าสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างคุ้มค่า เพราะการเลี้ยงกบในนาข้าวก็เหมือนกับเลี้ยงปลาในนาข้าว แต่การเลี้ยงกบวิธีนี้ได้มากกว่าที่คิดคือ  ได้ทั้งข้าว ทั้งปลา ทั้งกบ อาหารที่เหลือจากกบ รวมทั้งขี้กบจะกลายเป็นอาหารของปลา และข้าวจะได้ปุ๋ยจากสัตว์เหล่านี้โดยไม่ต้องใส่ปุ๋ยกับต้นข้าวเลย

จากประสบการณ์ที่คุณจำนงเลี้ยงกบ คือยึดหลักใกล้เคียงกับธรรมชาติที่สุด ก็จะประสบความสำเร็จได้สูงสุด และการเลี้ยงกบด้วยวิธีนี้จะมีความแตกต่างคือ ต้องนำกบที่มีอายุราว 2 เดือนมาปล่อยลงในนาเท่านั้นจึงจะได้ผลลัพธ์ที่ดี คือกบสามารถหาอาหารกินในนาได้เอง และปรับตัวได้ รอดตายสูง  และต้นข้าวในนาที่พร้อมรองรับกบก็ต้องมีอายุราว 2-3 เดือนเช่นกัน เพราะจะเป็นที่สำหรับหลบซ่อนของกบและเป็นที่อยู่อาศัยของพวกแมลงต่าง ๆ ที่จะมาเป็นอาหารตามธรรมชาติของกบ ส่วนความพร้อมด้านอื่น ๆ ก็ต้องจัดการให้เรียบร้อยด้วย เช่น รอบคันนาต้องกั้นด้วยอวนเขียวให้สูงราว 1.20 เมตร และต้องคูกว้างประมาณ 2 เมตร รอบคันนา และขุดให้กว้างเป็นพิเศษไว้มุมใดมุมหนี่งของคันนา เพื่อสะดวกเวลาปล่อยน้ำจับกบ เมื่อทุกอย่างพร้อมก็สามารถปล่อยลงเลี้ยงได้เลย เลี้ยงประมาณ 2 เดือนก็สามารถจับขายได้แล้ว

การให้อาหาร ใช้อาหารเม็ดหรือปลาสับก็ได้วางไว้บริเวณรอบ ๆ คันนากบก็จะขึ้นมากินอาหารเอง ปริมาณการให้ขึ้นอยู่กับปริมาณของกบที่ปล่อยแล้วให้สังเกตุการกินอาหารของกบ หากกินมาก กินดีก็เพิ่มได้ตามความเหมาะสม  ช่วงนี้กบจะเติบโตดีมากเพราะได้อาหารจาก 2 ทางคือ ผู้เลี้ยง และธรรมชาติ และยังปลอดโรคอีกด้วย

วิธีการเพาะไรแดง  อาหารเลี้ยงลูกกบทำอย่างไร….

คำตอบคือ การเพาะไรแดงเพื่อเป็นอาหารเลี้ยงลูกกบหลังลูกกบเป็นตัวใหม่ ๆ นั้นจะต้องเพาะไรแดงในบ่ออนุบาลเลย เมื่อถุงอาหารของลูกอ๊อดยุบตัว ควรให้ลูกอ๊อดกินอาหารธรรมชาติ เช่น ไรแดง และแพลงตอน ประมาณ 1-2 อาทิตย์

วิธีเพาะไรแดง เริ่มจากการใส่น้ำลงบ่อลึกประมาณ 20 เซนติเมตร และใส่ส่วนผสมเหล่านี้ลงบ่อได้แก่ ขี้วัวแห้ง 2.4 กิโลกรัม(3 ลิตร) รำละเอียด 800 กรัม ยูเรีย 10 กรัม น้ำ 1 ตัน หลังจากใส่ส่วนผสมลงไปแล้วแล้วราว 3-5 วัน น้ำจะเริ่มเป็นสีเขียว ให้เติมหัวเชื้อไรแดงลงไป ประมาณ 3-4 วัน ก็จะเกิดไรแดงสำหรับเป็นอาหารลูกอ๊อด และถ้าต้องการให้มีไรแดงในบ่ออีกให้เติมรำละเอียดอีก ¼ ลิตร ต่อน้ำ 1000 ลิตร

เทคนิคการเลี้ยงกบคอนโดร่วมกับปลาดุกทำอย่างไร

คำตอบคือ การเลี้ยงในลักษณะนี้ต้องทำการเลือกพื้นที่ก่อนคือ ควรให้อย่ใกล้กับบ่อเลี้ยงปลาดุก เพื่อสะดวกในการวางท่อระบายน้ำและอาหารจากคอนโดสู่บ่อปลาดุก สำหรับวิธีการสร้างคอนโด มีขั้นตอนดังนี้คือ

  1. วางระบบท่อระบายน้ำ เพื่อระบายน้ำทิ้งจากคอนโดสู่บ่อปลาดุก
  2. นำยางรถยนต์มาวางทับกึ่งกลางท่อระบายน้ำ แล้วนำปูนซีเมนต์ยาแนวให้เป็นรูปก้นกระทะด้านล่างสุด เพื่อสะดวกต่อการระบายน้ำและอาหาร หากหายางรถกระบะขับเคลื่อนสี่ล้อได้จะยิ่งดีมาก เพราะมีขนาดใหญ่และสามารถเลี้ยงกบได้จำนวนมาก
  3. ทิ้งปูนให้แห้งและเทน้ำใส่ให้ท่วมปูน ตัดต้นกล้วยมาใส่โดยหั่นเป็นชิ้น ๆ เพื่อเจือจางความเป็นกรด และความเค็มของปูน จากนั้นระบายน้ำทิ้ง แล้วล้างออกด้วยน้ำหมักจุลินทรีย์
  4. ทำซาแรนพลางแสงให้กบและรถยนต์ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับกบ
  5. นำยางมาวางซ้อนกัน 3 ชั้น
  6. ปล่อยกบอายุ 1-2 เดือนลงเลี้ยงในคอนโด คอนโดละ 150 ตัว
  7. ใช้ฝาพัดลมเก่า ปิดฝาด้านบนคอนโด เพื่อป้องกันการหลบหนีของกบ

วิธีการเลี้ยงกบคอนโดทำอย่างไร

คำตอบคือ เมื่อปล่อยกบอายุ 1-2 เดือนลงคอนโดละ 150 ตัว ระยะเดือนแรกให้อาหารปลาดุกเล็ก เดือนที่ 2 ให้อาหารปลาดุกรุ่น และเดือนที่ 3 ให้อาหารปลาดุกใหญ่  การให้อาหารจะต้องปิดรูระบายน้ำ เติมน้ำให้เต็มกระทะ โรยอาหารลงไปให้ลอยน้ำ กบจะลงมากินอาหารจนอิ่ม แล้วกลับไปอยู่ในวงยางเช่นเดิม ควรใส่น้ำในขอบวงยางเพื่อให้ความเย็นแก่กบและถ่ายน้ำทุกวัน เช้าและเย็นก่อนให้อาหาร  โดยใช้ขวดน้ำกลั่นที่ใช้แล้ว ตัดเป็นกรวยตักน้ำออกจากวงยาง แล้วระบายน้ำลงสู่บ่อปลาดุก ซึ่งปลาดุกจะได้อาหารเหลือเหล่านั้น  การใช้ขวดน้ำกลั่นนั้น เพราะมีความอ่อนนุ่มสามารถตักน้ำในวงยางได้หมด และไม่ส่งผลเสียต่อตัวกบเลย การใช้ไฟล่อแมลงนั้น จะไม่แนะนำเพราะกบไม่ค่อยได้พักผ่อนคอยแต่จะกินแมลงเพียงอย่างเดียว และหากกบกินแมลงที่โดนยาฆ่าแมลงมานั้นก็จะทำให้กบตายไปด้วย แต่ถ้าหากต้องการให้อาหารเสริมควรเลือกเป็นไส้เดือนหรือหนอนจะเหมาะกว่า

การเลี้ยงกบคอนโดควรมีการคัดขนาด ทุก ๆ สัปดาห์เพราะกบจะมีการเจริญเติบโตไม่เท่ากันหากไม่คัดขนาด จะเกิดปัญหากัดกินกันเอง และเมื่อเลี้ยงกบได้ 1 เดือน ควรคัดให้เหลือราว 100 ตัวต่อคอนโดเพื่อลดการแออัด เลี้ยงราว 3-4 เดือนก็จับขายได้ คิดเป็นเงินราว 1,750 บาทต่อคอนโด กบ 100 ตัว ต่อคอนโดเฉลี่ยได้น้ำหนัก 25 กิโลกรัม กิโลกรัมละ 70 บาท 3-5 ตัวต่อกิโลกรัม

สำหรับการเลี้ยงกบคอนโดร่วมกับปลาดุก อัตราการเลี้ยงระหว่างกบกับปลาดุกคือ กบ 100 ตัว หรือกบ 1 คอนโด จะปล่อยปลาดุกได้ 20 ตัว และไม่ต้องให้อาหารเลยเพราะจะกินอาหารเหลือจากการเลี้ยงกบนั่นเอง หากต้องการให้ปลาดุกโตไวก็ให้อาหารเสริมเพิ่มได้ การจำหน่ายปลาดุก 20 ตัวจะได้ราว 5 กิโลกรัม ตกกิโลกรัมละ 40 บาท ก็จะได้ 200 บาท  ดังนั้น ถ้ารวมกับการจำหน่ายกบทั้งหมด จะได้ 1,950 บาท ในพื้นที่ประมาณ 10 ตารางเมตร

ข้อดีของการเลี้ยงกบคอนโดร่วมกับปลาดุก คือ ใช้ประโยชน์ของอาหารได้คุ้มค่า เลี้ยงกบก็เลี้ยงปลาดุกได้ด้วย ประหยัดต้นทุนในการสร้างบ่อเลี้ยงกบ วัสดุที่ใช้ก็เป็นของเหลือใช้เช่น ยางรถยนต์เก่า ฝาพัดลมเก่า เป็นต้น  ลดการเกิดโรค ลดปัญหาการกัดกินกันเอง ทำให้อัตราการรอดตายสูง คือ 95%  กบโตเร็ว น้ำหนักดี   หากผู้ใดสนใจศึกษาเรียนรู้ก็สามารถศึกษาหาข้อมูลได้ที่ศุนย์การเรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริฯ และศูนย์สาธิตและส่งเสริมศิลปาชีพภาคเหนือ อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่

สูตรอาหาร “ไข่แดง”  เลี้ยงลูกอ๊อดทำอย่างไร

คำตอบคือ หากใครสนใจต้องการให้ไข่แดงแก่ลูกอ๊อดก็สามารถทำได้ดังนี้ คือ ไข่แดงต้มสุก

นำไข่แดงที่ผ่านการต้มจนสุกแล้ว ใส่กระชอนตาละเอียด ขยี้หลาย ๆ ครั้งให้ไข่แดงเป็นฝอยเล็ก ๆ โรยลงใส่บ่อให้ลูกอ๊อดกินได้  แต่ระวังอย่าให้ไข่แดงมาก เพราะไข่แดงที่เหลือจะทำให้น้ำเน่าเสียได้ง่าย หรือจะนำมาปรุงรสในรูปของไข่ตุ๋น  โดยมีส่วนผสมคือ ไข่ทั้งฟองตอกลงภาชนะปริมาณไข่ราว 2 ส่วนผสมนมสด 2 ส่วน ตีให้เข้ากัน นำไปใส่ลังถึง แล้วปล่อยให้เดือดราว 15-20 นาทีเมื่อไข่ตุ๋นสุกแล้วทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำมาขยี้ในกระชอนผ้าตาถี่ ๆ นำส่วนที่ได้ไปให้ลูกอ๊อดกินเป็นอาหาร

สูตรอาหารผสมอัดเม็ดทำอย่างไร

คำตอบคือ อาหารผสมอัดเม็ดเป็นอาหารที่สะดวกต่อการใช้งาน เก็บรักษาง่าย มีคุณค่าอาหารที่แน่นอน  แต่อาหารชนิดนี้ลูกกบไม่ค่อยกินในระยะแรก ต้องผสมกับปลาเป็ด จะได้ผลดียิ่งขึ้น คือสูตรที่ผสมดังตารางด้านล่างนี้นำมาผสมกัน แล้วปั้นเป็นก้อนวางไว้ตามพื้นบ่อส่วนที่แห้ง เพื่อให้กบกินเป็นอาหาร

ชนิดอาหาร                                กิโลกรัม

1.ปลาป่นอัดน้ำมัน                           56

2. รำละเอียด                                  12

3. กากถั่วเหลือง                              12

4. แป้งเหนียว                                 14

5. น้ำมันปลา                                    4

6. วิตามิน+แร่ธาตุ                           1.6

7. สารเหนียว                                 0.4

    รวม                                         100

เคล็ดลับป้องกันโรคในฟาร์มกบทำอย่างไร

คำตอบคือ การที่กบเกิดโรคในฟาร์มนั้น ส่วนใหญ่เกิดจากน้ำในบ่อที่สกปรกเป็นส่วนใหญ่ ถึงแม้กบอาจไม่มีบาดแผลก็ตาม เมื่อผ่าดูอวัยวะภายในอาจพบว่าถุงน้ำดีมีสีเขียวเข้มถึงน้ำเงินแก่ ให้ใช้ยาออกซิเตทตราไซคลิน 3 กรัม ต่ออาหารกบ 1 กิโลกรัม ให้กบกินทุกมื้อประมาณ 3-7  วัน  กบจะหายเป็นปกติ ส่วนน้ำที่ใช้ในการเลี้ยงกบควรมีค่า พีเอช 6.5-8.5  ในวันที่ฝนตกหนักอุณภูมิเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ร่างกายกบปรับตัวไม่ทัน ทำให้ตายได้ในวันรุ่งขึ้นเสมออย่างน้อย 1 ตัว  ในช่วงที่ฝนตกจึงควรมีหลังคา หรือใช้ผ้าใบคลุมบ่อ หรือปรับอุณภูมิในบ่อให้คงที่

ส่วนกบเล็กอายุราว 1 เดือน ควรถ่ายพยาธิด้วยการใส่ดีเกลือ 3 กรัม ต่ออาหาร 1 กิโลกรัม ให้เพียง 1 มื้อ  ทำเดือนละครั้งส่งผลให้กบโตต้านโรคได้ดี

ใส่ความเห็น